ไล่ตามความฝัน กับ ดูแลตัวเอง

Share
ไล่ตามความฝัน กับ ดูแลตัวเอง

ไล่ตามความฝัน กับ ดูแลตัวเอง

ก่อนหน้านี้ผมเคยเล่าถึงขั้วตรงข้าม (Polarity) ระหว่างความคล่องตัวกับความสร้างสรรค์ไปแล้ว

ครั้งนี้ผมมองว่า “การไล่ตามความฝัน” และ “การดูแลตัวเอง” (เปรียบเสมือน นักรบ กับ นักรัก) ก็เป็นแสงและเงาของกันและกันเช่นเดียวกัน

ข้อดีของการไล่ตามความฝัน (นักรบ)

การมุ่งมั่นไล่ตามความฝันนำไปสู่:

  • การฝึกฝนที่เข้มข้น
  • ความพยายามที่ไม่ลดละ
  • อนาคตที่สดใส
  • การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง

ผลเสียของการไล่ตามความฝันที่มากเกินไป

หากตึงเกินไปจะทำให้เกิด:

  • ความเหนื่อยล้าสะสม
  • ภาวะหมดไฟ (Burnout)
  • ทักษะที่ถดถอย จาก “ฟอร์มตก” ซ้ำ ๆ เพราะร่างกายและจิตใจล้าเกินไป

ข้อดีของการดูแลตัวเองและพักผ่อน (นักรัก)

การพักผ่อนอย่างมีคุณภาพนำไปสู่:

  • ความผ่อนคลายอย่างแท้จริง
  • การฟื้นฟู (Recovery) ทั้งร่างกายและจิตใจ
  • พลังงานที่เต็มเปี่ยมพร้อมกลับไปสู้ใหม่

ผลเสียของการผ่อนคลายที่มากเกินไป

หากหย่อนเกินไปจะทำให้เกิด:

  • ความรู้สึกไร้ค่า (เพราะขาดแรงขับเคลื่อน)
  • ความกังวลจากงานที่ค้างคา
  • การวางแผนชีวิตที่ทำไม่ได้จริง (ขาดวินัย)

แรงตึงระหว่างความสำเร็จและความสัมพันธ์

ในบริบทการทำงาน เราจะเห็นแรงตึงของสองแกนนี้ได้อย่างสม่ำเสมอ ถ้าเป็นองค์กรอิสระก็มักจะเน้นไปทางขั้วของ "นักรัก" เพราะผู้คนมาด้วยใจ ถ้าต้องเลือกระหว่าง "คนสำราญ" กับ "งานสำเร็จ" ก็ต้องดูแลคนไว้ก่อน ส่วนในบริบทขององค์กรเอกชน ก็จำเป็นต้องเน้น "ความสำเร็จ" เพราะทีมที่ไม่เคยทำอะไรสำเร็จเลย ก็จะไม่มีทรัพยากรมาหล่อเลี้ยงและอยู่ต่อไปไม่ได้

ทั้งสองสิ่งต้องอยู่ร่วมกันจึงจะยั่งยืน ถ้าเอาแต่งานสำเร็จแต่ทุกคน Burnout ครอบครัวพัง หรือลาออกหมด งานก็เดินต่อไม่ได้ แต่ถ้าเอาแต่คนสำราญแล้วไม่เคยทำอะไรเสร็จเป็นชิ้นเป็นอัน ทรัพยากรที่มาหล่อเลี้ยงทีมก็จะค่อย ๆ เหือดหายไป และทีมนี้ก็จะรักษาคนเก่งที่มองหาความสำเร็จไว้ไม่ได้เช่นกัน

ในบริบทของตัวเราเองคนเดียว เราก็สัมผัสกับแรงตึงของสองขั้วนี้ได้เช่นกัน เราต้องเลือกว่าจะ "พักผ่อน" หรือ "ฝึกฝน" พักผ่อนมากเกินไปอนาคตก็อาจไม่สดใส แต่ถ้าตึงเกินไปเราก็จะมีเพียงอนาคตที่สดใส...ในแบบที่เราไม่อยากอยู่ตรงนั้นแล้ว ในการพักผ่อนมีการเติมพลัง การฟื้นฟู และการเยียวยา ส่วนในการฝึกฝนมีความพยายามและความสำเร็จรออยู่

ขั้วตรงข้าม (Polarity) ไม่ใช่ปัญหาที่ต้องแก้ ถ้าเราคิดจะแก้ เราจะติดอยู่ในวังวนของมันเรื่อยไป ขั้วตรงข้ามมีอยู่แล้วตามธรรมชาติ หน้าที่ของเราคือ "บริหารความตึงเครียด" เราจะเลือกทางสงบอย่างการหา "ทางสายกลาง" ให้เจอ เพื่อให้ชีวิตไม่แกว่งมาก หรือจะเลือกทางที่ท้าทายอย่างการ "โอบกอดขั้วตรงข้าม" เพื่อกอบโกยข้อดีของทั้งสองขั้วและลดผลกระทบจากข้อเสียของทั้งคู่ก็ได้ แต่ทางเลือกที่สองนั้นรักษาสมดุลให้ตรงเป๊ะได้ยากมาก เพราะสิ่งแวดล้อมรอบตัวเราผันเปลี่ยนเวียนแปรระหว่างสองขั้วนี้อยู่ตลอดเวลา

บทความที่เกี่ยวข้อง

ระเบียบ และ อิสรภาพ
พวกเราได้รับภาพนี้มาจากผู้มีพระคุณท่านหนึ่ง เธอแบ่งปันแรงบันดาลใจของภาพนี้ให้ผมทราบว่า ขวดแก้ว จากมุมของผู้ปกครองเป็นเหมือนกรอบที่วางเอาไว้เพื่อปกป้องหมีน้อยจากภยันตรายต่าง ๆ ภายนอก ขณะที่จากมุมของหมีน้อยมันเป็นเหมือนกรงขังไม่ให้เค้าออกไปโลดเล่นเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ผมมองอิสรภาพและระเบี

โอบกอดขั้วตรงข้าม
สัญลักษณ์ที่เป็นที่นิยมสำหรับเต๋าคือสัญลักษณ์หยินหยาง เพราะในความมืดมีความสว่าง และในความสว่างก็มีความมืด ทำให้นึกถึงช่วงต้นของเต๋าบทที่สอง Under heaven all can see beauty as beauty only because there is ugliness. All can know good as

Read more

ขยายกิจการองค์กร

ขยายกิจการองค์กร

อีกบทเรียนที่ผมได้จากหนังสือ Slack: Getting Past Burnout, Busywork, and the Myth of Total Efficiency ของ Tom DeMarco คือมุมมองใหม่สำหรับการเติบโตของบริษัท ตลอดมา ผมมักจะต่อต้านการแก้ปัญหางานไม่ทันด้วยการเพิ่มคน เพราะการเพิ่มคนเป็นกลยุทธ์ระดับองค์กร แต่งานไม่ทั

By Chokchai
คนไม่ใช่สิ่งทดแทนกันได้ (People are not Fungible)

คนไม่ใช่สิ่งทดแทนกันได้ (People are not Fungible)

ในปี 2546 นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์ที่เรียนอยู่ที่ศูนย์รังสิตมาตลอดแบบผม ได้มีโอกาสเข้าเมืองไปเรียนที่ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เป็นครั้งแรก นอกจากจะตื่นตาตื่นใจกับของอร่อยมากมายรอบมหาวิทยาลัยแล้ว บรรยากาศที่ศูนย์ท่าพระจันทร์มันมีมนต์ขลังแปลก ๆ ตัวผมได้

By Chokchai
ทำไม System Analyst ถึงไม่เชื่อ Design จากทีม

ทำไม System Analyst ถึงไม่เชื่อ Design จากทีม

บ่อยครั้งที่ผมได้ยินน้อง ๆ ออดส์ทีม (ODT) เล่าว่า งานที่ทำอยู่ไม่ท้าทายเลย เพราะเพียงได้รับ Specification มาจาก System Analyst (SA) หรือ Tech Lead ที่เป็นพนักงาน แล้วน้องก็มีหน้าที่เขียนโค้ดตามนั้นไปอย่างเดียว บ่

By Chokchai