กฎของจั๊วะ
ปีนี้ที่อายุ 44 ผม Reflect ตัวเอง และพบว่าหลักการใช้ชีวิตของผมได้มาจากหนังสือ The Seven Habits of Highly Effective People เยอะมาก ใน Habit ทั้ง 7 นี้จะมีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่ผมไปศึกษามา แล้วค่อย ๆ เติมเข้าไปเพื่อทำให้ Habit นั
ปีนี้ที่อายุ 44 ผม Reflect ตัวเอง และพบว่าหลักการใช้ชีวิตของผมได้มาจากหนังสือ The Seven Habits of Highly Effective People เยอะมาก ใน Habit ทั้ง 7 นี้จะมีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่ผมไปศึกษามา แล้วค่อย ๆ เติมเข้าไปเพื่อทำให้ Habit นั
อีกบทเรียนที่ผมได้จากหนังสือ Slack: Getting Past Burnout, Busywork, and the Myth of Total Efficiency ของ Tom DeMarco คือมุมมองใหม่สำหรับการเติบโตของบริษัท ตลอดมา ผมมักจะต่อต้านการแก้ปัญหางานไม่ทันด้วยการเพิ่มคน เพราะการเพิ่มคนเป็นกลยุทธ์ระดับองค์กร แต่งานไม่ทั
ในปี 2546 นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์ที่เรียนอยู่ที่ศูนย์รังสิตมาตลอดแบบผม ได้มีโอกาสเข้าเมืองไปเรียนที่ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เป็นครั้งแรก นอกจากจะตื่นตาตื่นใจกับของอร่อยมากมายรอบมหาวิทยาลัยแล้ว บรรยากาศที่ศูนย์ท่าพระจันทร์มันมีมนต์ขลังแปลก ๆ ตัวผมได้
บ่อยครั้งที่ผมได้ยินน้อง ๆ ออดส์ทีม (ODT) เล่าว่า งานที่ทำอยู่ไม่ท้าทายเลย เพราะเพียงได้รับ Specification มาจาก System Analyst (SA) หรือ Tech Lead ที่เป็นพนักงาน แล้วน้องก็มีหน้าที่เขียนโค้ดตามนั้นไปอย่างเดียว บ่
My earlier article discussed a key practice in applying systems thinking: first, understand systemic behavior with Behavior Over Time (BOT), and then explore the systemic structure with Causal Loop Diagram (CLD) to explain that behavior—because structure drives behavior. I have been teaching this in my systems thinking workshop. This
ผมกำลังอ่านหนังสือ Slack: Getting Past Burnout, Busywork, and the Myth of Total Efficiency ของ Tom DeMarco ซึ่งได้ให้มุมมองใหม่เกี่ยวกับ Slack time หรือเวลาอู้งานกับผม แต่ก่อนจะเล่าว่าผมเห็นอะไร ผมของแบ่งปันมุมมองเวลาผมดูองค์กรก่อนนะ สายการผลิต คนในองค์กรมารวมตั
ท้ายหนังสือ Teamwork is an Individual Skill ของ Christopher Avery ได้กล่าวถึงสมการของสุดยอดทีมไว้ดังนี้ครับ Extraordinary Collaboration = Exchange + Expansion + Integrity ผมใช้เวลาอ่านตรงนี้ และอีก 3 บทที่ขยายความเรื่อง Exchange, Expansion และ Integrity อยู่เกือบ 2 สัปดาห์กว่าจะพอเข้าใจมันอย่
ไล่ตามความฝัน กับ ดูแลตัวเอง ก่อนหน้านี้ผมเคยเล่าถึงขั้วตรงข้าม (Polarity) ระหว่างความคล่องตัวกับความสร้างสรรค์ไปแล้ว ครั้งนี้ผมมองว่า “การไล่ตามความฝัน” และ “การดูแลตัวเอง” (เปรียบเสมือน นักรบ กับ นักรัก) ก็เป็นแสงและเงาของกันและกั
กระบวนการแก้ปัญหาในโลกแบ่งเป็น 2 แบบ แบบแรกคือ Defined process ซึ่งเป็นกระบวนการที่มีขั้นมีตอนชัดเจน เช่น Waterfall เป็นต้น ส่วนแบบที่สองคือ Empirical process หรือ "กระบวนการเชิงประจักษ์" ซึ่งเป็นการทำไปแล้วก็ปรับไปเรื่อย ๆ สกรัมเป็นแบบหลัง
ครั้งที่แล้วผมแบ่งปันไปว่าสิ่งหนึ่งที่ผมตอนเป็นสกรัมมาสเตอร์มองหาคือ polarity หรือขั้วตรงข้าม ซึ่งคู่แรกที่ผมแบ่งปันไปคือ ระเบียบ (control) และความสร้างสรรค์ (creative) วันนี้ผมตะมาแบ่งปันอีกรูปแบบหนึ่งของ 2 ขั้วนี้ที่เรียกว่า survive (อยู่รอดปลอดภั
polarity คืออะไร? สิ่งหนึ่งที่ผมในฐานะสกรัมมาสเตอร์จะ observe คือ polarity polarity คือขั้วตรงข้าม ดุจ แสงและเงา, centralized และ decentralized, creative และ control, competitive และ collaborative ทุกขั้วมีโอกาสจะเป็นทั้งข้อดีและเสีย อะไรที่มากเกินไปจะไม่ยั่งยืน การ observe polarity เหมือนมองลู
พวกเราได้รับภาพนี้มาจากผู้มีพระคุณท่านหนึ่ง เธอแบ่งปันแรงบันดาลใจของภาพนี้ให้ผมทราบว่า ขวดแก้ว จากมุมของผู้ปกครองเป็นเหมือนกรอบที่วางเอาไว้เพื่อปกป้องหมีน้อยจากภยันตรายต่าง ๆ ภายนอก ขณะที่จากมุมของหมีน้อยมันเป็นเหมือนกรงขังไม่ให้เค้าออกไปโลดเล่นเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ผมมองอิสรภาพและระเบี