ประโยชน์ของการอดอาหารนาน ๆ

ประโยชน์ของการอดอาหารนาน ๆ
Photo by Rachael Gorjestani on Unsplash

Prolonged fasting

หลายคนอาจจะเคยได้ยินว่าการอดอาหารนาน ๆ (prolonged fasting) ช่วยให้เราเด็กลง ซึ่งฟังดูเหลือเชื่อมาก วันก่อนน้องเขยผมเล่าให้ฟังว่าหลังจากอดอาหารนาน ๆ เกิดประโยชน์อะไรขึ้นกับร่างกายบ้าง ทำให้ผมเข้าใจกลไกที่ทำให้เด็กลงมากขึ้น เลยอยากเอามาแบ่งปัน

ก่อนหน้านี้ผมเคยเล่าคร่าว ๆ ว่าการอดอาหารมี 5 ขั้น ซึ่งหลังจากอดได้ 72 ชั่วโมงจะถึงจุดที่ ภูมิคุ้มกันเกิดใหม่ ซึ่งจุดนี้แหละที่ทำให้เราเด็กลง

หลาย ๆ งานวิจัยพบว่ารากของความแก่เกิดจากการทำงานผิดปรกติของภูมิคุ้มกันของเรา ซึ่งจะเสื่อมลง ๆ ตามกาลเวลา

เสื่อมลงจากอะไรบ้าง

เซลล์ในร่างกายเราเสียหายตลอดเวลา เซลล์ผิวที่โดนแดดก็เสียหายไป โชคดีที่หนังกำพร้าเราผลัดออกมาเป็นขี้ไคลตลอด เซลล์ที่เสียหายจึงถูกกำจัด แล้วเซลล์ดี ๆ ซึ่งอยู่ในผิวหนังขั้นลึกกว่าและถูกปกป้องก็สร้างใหม่เรื่อย ๆ

ทุก ๆ เซลล์ในร่างกายจะมีวัฒจักรในการผลัดเปลี่ยนและสร้างใหม่ตลอดเวลา ซึ่งปรกติแล้วสิ่งที่เซลล์ทำคือการก็อปปี้ตัวเองไปเรื่อย ๆ ถ้าเป็นเซลล์ดีก็ดีไป แต่ถ้าเป็นเซลล์ที่เสียหายอาจจะเพราะสารพิษที่เรากินเข้าไป หรือเชื้อโรคที่บุกเข้ามาโจมตีร่างกายให้เซลล์เหล่านี้เสียหาย เซลล์ที่เสียหายก็จะแบ่งตัวออกไปเรื่อย ๆ เช่นกัน ซึ่งความเสียหายที่สะสมมาเรื่อย ๆ ทำให้เซลล์ดีของเราเหลือน้อยลง ๆ ตามกาลเวลา

การอดอาหารนาน ๆ ช่วยอย่างไร

ปรกติ 80% ของกระบวนการต่าง ๆ ของร่างกายจะยุ่งอยู่กับการย่อยอาหารจนถึงดูดซึมนี่แหละ ซึ่งการที่เรากินตลอดเวลา กระบวนการซ่อมแซมเลยเหลือแค่ก๊อปปี้เซลล์ตัวเองตามสภาพก็เต็มกลืนแล้ว

แต่พอเราอดหารเป็นเวลานานเกิน 72 ชั่วโมง ร่างกายที่ว่างจากการย่อยอาหาร กำจัดสารพิษที่ติดมากับอาหารก็จะว่าง จึงเริ่มทำการซ่อมเซลล์ให้กลับไปเหมือนที่อยู่ใน DNA (พิมพ์เขียว) ก่อน ซึ่งสิ่งนี้เรียกว่าซุปเปอร์เซลล์ (super cell) หลังจากนั้น เวลาร่างกายจะแบ่งเซลล์ก็จะแบ่งจากซุปเปอร์เซลล์เป็นหลัก ทำให้อวัยวะต่างๆ เราเด็กลง

ตอนเลิกอดทำอย่างไร

การอดระยะยาวไม่ค่อยยาก ขอแค่จิบน้ำผสมดอกเกลือหรือเกลือชมพูให้ร่างกายไม่ขาดแร่ธาตุ ไม่ค่อยมีอันตรายเท่าไหร่ อาจจะหิวมากน้อย แล้วแต่ว่าร่างกายแต่ละคนดึงไขมันมาใช้เก่งแค่ไหน ถ้าใช้ไขมันสะสมเก่งก็หิวน้อยหน่อย ถ้าใช้ไม่ค่อยเก่ง 3–5 วันแรกก็จะหิวมากหน่อย หลังจากผ่านไป 5 วัน คนส่วนใหญ่จะรู้สึกสบายขึ้นแล้วไม่หิวแล้ว

ตอนเลิกอด (break fast) ต่างหากที่สำคัญ หลักคร่าว ๆ คือ ถ้าอดอาหารมาซัก 10 วัน ตอนเลิกอดจะใช้เวลาครึ่งนึงคือ 5 วัน สมมติมี 5 วัน ก็จะเติมอาหารกลับ (refeed) ไปเรียงตามนี้

  • วันแรก ซุปน้ำต้มกระดูก
  • วันที่สอง เติมผักใบเขียวเข้าไป
  • วันที่สาม เริ่มกินไข่และผักหัว หรือคาร์โบไฮเดรตที่มีดัชนีน้ำตาลต่ำ ๆ ได้บ้าง
  • วันที่ 4 กินเนื้อสัตว์เล็กเช่น ปลา ไก่
  • วันที่ 5 กินเนื้อสัตว์ใหญ่และแป้งหรือคาร์โบไฮเดรตที่ดัชนีน้ำตาลสูงขึ้นได้

การที่ร่างกายห่างจากการย่อยอาหารมานาน ๆ ถ้า refeed ผิดวิธี อาจจะทำให้ท้องเสีย เวียนหัว อ่อนเพลียและมีปัญหาความดันได้ ควรให้ความสำคัญกับการ refeed เพื่อความปลอดภัยนะครับ ถ้าใครอยากลอง ค่อย ๆ ฝึก ค่อย ๆ เพิ่มก็ปลอดภัยดี ลองเริ่มจาก 2 วันก่อน พักซัก 3 เดือนค่อยลองอด 3 วัน แล้วค่อย ๆ เพิ่มเป็นต้น

อ้างอิง

5 ขั้นของการอด
ก่อนหน้านี้ผมเคยเล่าผลจากการกินคีโตมาแล้วว่าผลเลือดผมมี LDL สูง ผมลองไปตรวจแคลเซียมสกอร์พบว่าได้ 0 แปลว่ายังไม่มีแคลเซียมมาเกาะหลอดเลือดหัวใจ ผมเลยตัดสินใจลองทำ OMAD (Intermittent Fasting แบบกินวันละมื้อ) มาเดือนกว่า เพื่อฝึกก่อนจะทำการอดอาหาร 72 ชั่วโมง เพราะได้ยินมาว่ามั
Prolonged fasting reduces IGF-1/PKA to promote hematopoietic-stem-cell-based regeneration and reverse immunosuppression - PubMed
Immune system defects are at the center of aging and a range of diseases. Here, we show that prolonged fasting reduces circulating IGF-1 levels and PKA activity in various cell populations, leading to signal transduction changes in long-term hematopoietic stem cells (LT-HSCs) and niche cells that pr …

Read more

สุดยอดทีม (Extraordinary Team)

สุดยอดทีม (Extraordinary Team)

ท้ายหนังสือ Teamwork is an Individual Skill ของ Christopher Avery ได้กล่าวถึงสมการของสุดยอดทีมไว้ดังนี้ครับ Extraordinary Collaboration = Exchange + Expansion + Integrity ผมใช้เวลาอ่านตรงนี้ และอีก 3 บทที่ขยายความเรื่อง Exchange, Expansion และ Integrity อยู่เกือบ 2 สัปดาห์กว่าจะพอเข้าใจมันอย่

By Chokchai
ไล่ตามความฝัน กับ ดูแลตัวเอง

ไล่ตามความฝัน กับ ดูแลตัวเอง

ไล่ตามความฝัน กับ ดูแลตัวเอง ก่อนหน้านี้ผมเคยเล่าถึงขั้วตรงข้าม (Polarity) ระหว่างความคล่องตัวกับความสร้างสรรค์ไปแล้ว ครั้งนี้ผมมองว่า “การไล่ตามความฝัน” และ “การดูแลตัวเอง” (เปรียบเสมือน นักรบ กับ นักรัก) ก็เป็นแสงและเงาของกันและกั

By Chokchai
สกรัมเป็น Empirical process

สกรัมเป็น Empirical process

กระบวนการแก้ปัญหาในโลกแบ่งเป็น 2 แบบ แบบแรกคือ Defined process ซึ่งเป็นกระบวนการที่มีขั้นมีตอนชัดเจน เช่น Waterfall เป็นต้น ส่วนแบบที่สองคือ Empirical process หรือ "กระบวนการเชิงประจักษ์" ซึ่งเป็นการทำไปแล้วก็ปรับไปเรื่อย ๆ สกรัมเป็นแบบหลัง

By Chokchai
สกรัมมาสเตอร์ observe ผู้คน

สกรัมมาสเตอร์ observe ผู้คน

ครั้งที่แล้วผมแบ่งปันไปว่าสิ่งหนึ่งที่ผมตอนเป็นสกรัมมาสเตอร์มองหาคือ polarity หรือขั้วตรงข้าม ซึ่งคู่แรกที่ผมแบ่งปันไปคือ ระเบียบ (control) และความสร้างสรรค์ (creative) วันนี้ผมตะมาแบ่งปันอีกรูปแบบหนึ่งของ 2 ขั้วนี้ที่เรียกว่า survive (อยู่รอดปลอดภั

By Chokchai