5 ขั้นของการอด

5 ขั้นของการอด
Photo by Aaron Burden on Unsplash

ก่อนหน้านี้ผมเคยเล่าผลจากการกินคีโตมาแล้วว่าผลเลือดผมมี LDL สูง ผมลองไปตรวจแคลเซียมสกอร์พบว่าได้ 0 แปลว่ายังไม่มีแคลเซียมมาเกาะหลอดเลือดหัวใจ ผมเลยตัดสินใจลองทำ OMAD (Intermittent Fasting แบบกินวันละมื้อ) มาเดือนกว่า เพื่อฝึกก่อนจะทำการอดอาหาร 72 ชั่วโมง เพราะได้ยินมาว่ามันสามารถช่วยเรื่องไขมันอุดตันในเส้นเลือดได้ เพราะตอนเราอดถึง 72 ชั่วโมงร่างกายจะหิวมากจนดึงไขมันที่อุดตันตามหลอดเลือดมาใช้

ช่วงที่ผ่านมาผมอดอาหาร 72 ชั่วโมงสำเร็จแล้ว วันนี้จะมาแบ่งปันประสบการณ์ว่าเป็นอย่างไรบ้าง

เย็นวันแรก (ชั่วโมงที่ 20)

หกโมงเย็นวันนั้นเป็นเวลากินปรกติตอนกินวันละมื้อ แต่ผมไปตีแบตกับน้องในทีมแทน พอตีเสร็จก็เลยเวลากินไปแล้ว น้อง ๆ ไปต่อชาบูกัน ผมไม่หิวเลยตัดสินใจเริ่มอดให้ถึง 72 ชั่วโมงเลย ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าจะถึงไหม แค่กะจะลองดู ไปได้แค่ไหนก็แค่นั้น

วันที่ 2 (ชั่วโมงที่ 34)

ตื่นเช้ามาออกไปวิ่ง 5 กม. รู้สึกเหมือนเช้าวันธรรมดา ระหว่างวันจิบน้ำผสมเกลือชมพูทั้งวันเพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่ขาดแร่ธาตุ ปรกติระหว่างวันผมมักจะทรมานตัวเองด้วยการไถ fb ส่องอาหาร (ทำทำไมก็ไม่รู้) แต่วันนั้นก็ไถ lineman หาซื้อใบชาต่าง ๆ แทน แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ซื้อ เพราะไม่รู้อันไหนไม่มีแคลอรี่บ้าง เลยไม่กล้าซื้อ กลัวเสียเงินเปล่า

ตกเย็นตอนถึงเวลากินก็หิวหน่อย ๆ แต่พอผ่านเวลากินไปก็ไม่หิวแล้ว

วันที่ 3

ตื่นเช้ามาความดันลด อยู่ที่ประมาณ 90–59 ถ้าลุกเร็วจะมีหน้ามืดหน่อย ๆ ต้องลุกช้า ๆ

รอสักพักความดันก็ไม่ขึ้น เลยไปวิดพื้นกับดึงข้อให้เหงื่อออกหน่อย พอความดันขึ้นมาก็รู้สึกปรกติละ

ระหว่างวันมีความดันต่ำนิด ๆ บ้าง และมือเท้าเย็น (ร่างกายไม่ยอมเผาผลาญ) ก็ออกกำลังเบา ๆ เอา

ชั่วโมงที่ 70

อีก 2 ชั่วโมงจะได้กินแล้ว บอกเลยว่าหิว เพราะมันไปจบชั่วโมงที่ 72 ตอน 4 ทุ่ม (ปรกติ break fast ตอนหกโมง)

Refeed (ครบ 72 ชั่วโมง)

ถึงเวลากินแล้ว! พี่ยอดสอนไว้ว่า ให้ซดซุปน้ำต้มกระดูกซักครึ่งชั่วโมง แล้วค่อยกินอาหาร แม่เตรียมน้ำต้มกระดูกไว้ต้อนรับการ refeed ของลูกชาย แต่ผมตักไข่ดาวใส่ปากก่อนเลย หลังจากนึกได้ เลยไปอุ่นน้ำต้มกระดูกมาซด ซดได้คำเดียว ผมก็สวาปามอาหารทั้งหมดตรงหน้าเข้าไปอย่างไม่สนลำดับ อาหารบนโต๊ะหมดเร็วมาก

ซักพักผมก็ท้องเสีย คืนนั้นวิ่งเข้าห้องน้ำ 3 รอบอย่างที่พี่ยอดเตือนไว้เป๊ะ โชคดีที่ผม fast แค่ 72 ชั่วโมง ถ้า fast นานกว่านี้ การ refeed แบบนี้อันตรายมาก ผมเพิ่งมารู้ภายหลังว่าปรกติช่วง refeed จะใช้เวลาครึ่งนึงของช่วงที่อดไป เช่นของผมควร refeed 36 ชั่วโมง ค่อย ๆ เพิ่มชนิดอาหารกลับมาทีละมื้อ ถ้าเป็นคนไม่กินคีโต มื้อแรกเป็นน้ำผักแยกกาก มื้อสองค่อยเป็นผัก ผลไม้บางชนิด แล้วมื้อถัดไปค่อยเพิ่มชนิดของผักและแป้งเข้ามาเป็นต้น (ดูจากใน Netflix มา ลิงค์อยู่ด้านล่าง)

วันที่ 4 ถึง 6

วันนี้กลับมา OMAD เหมือนเดิมคือ กินมื้อเดียวตอนหกโมงเย็น วัดคีโตนเช้าและเที่ยงนี้สูงถึง 40 เลย (ปรกติแค่ 6–12) แต่ก็ค่อย ๆ ลดตาม pattern ปรกติ พอเย็น ๆ ก็เหลือแค่ 35 และก็ค่อย ๆ ลดลงในอีก 2 วันถัดมาจนเป็นปรกติ

อดอาหาร 72 ชั่วโมงได้อะไรบ้าง

ผมใช้แอพ Life เพื่อติดตามการอดของผม ในแอพบอกว่าอดอาหาร 72 ชั่วโมงร่างกายจะผ่าน 5 ขั้นตอนดังนี้

Captured by Chokchai Phatharamalai

  1. เริ่มใช้ไขมันที่ชั่วโมง 12 และเยอะขึ้นที่ชั่วโมง 18 (ไฟ 2 icon แรก)
  2. Autophagy ที่ชั่วโมง 24 (recycle โปรตีน) ทำให้เราเด็กลง
  3. Growth hormone เพิ่ม 5 เท่าที่ชั่วโมง 48 ทำให้อายุยืนขึ้นและพัฒนาการไหลเวียนของเลือดป้องกันโรคหัวใจ
  4. ร่างกาย sensitive กับอินซูลินมากขึ้นที่ชั่วโมงที่ 54 ป้องกันโรคเบาหวาน
  5. ภูมิคุ้มกันเกิดใหม่ที่ชั่วโมง 72 บางคนเชื่อว่าช่วยป้องกันโรคมะเร็งได้

สรุป

เท่าที่ลองทำมา ปรากฏว่าไม่ยากอย่างที่คิด คิดว่าจะทำปีละครั้งต่อไป ผ่าน 72 ชั่วโมงไป ยังไม่รู้ได้ประโยชน์อะไรบ้าง สิ่งหนึ่งที่ผมได้แน่ ๆ คือ ร่างกายเผาผลาญดีขึ้น วันไหนกินเยอะ กลางคืนนอนห้องแอร์เหงื่อท่วมเลย อันนี้ชัดมาก ประโยชน์อื่น ๆ ต้องค่อย ๆ ดูกันไป

กลุ่มอยู่เกินร้อยใน Facebook เค้าอด 72 ชั่วโมงกันตอนแคมเปญ ซ่อมร่างกลางปี ที่ผ่านมา ครั้งที่แล้วเพิ่งเข้ากลุ่ม ได้แต่ดู ครั้งหน้าจะไปแจมกับเค้า ทำหลาย ๆ คนสนุกดี ครั้งหน้าหวังว่าจะ refeed อย่างมีอารยธรรมกว่านี้

อ้างอิง

Watch (Un)Well | Netflix Official Site
This documentary series dives into the lucrative wellness industry, which touts health and healing. But do the products live up to the promises?

Read more

เวลาอู้

เวลาอู้

ผมกำลังอ่านหนังสือ Slack: Getting Past Burnout, Busywork, and the Myth of Total Efficiency ของ Tom DeMarco ซึ่งได้ให้มุมมองใหม่เกี่ยวกับ Slack time หรือเวลาอู้งานกับผม แต่ก่อนจะเล่าว่าผมเห็นอะไร ผมของแบ่งปันมุมมองเวลาผมดูองค์กรก่อนนะ สายการผลิต คนในองค์กรมารวมตั

By Chokchai
สุดยอดทีม (Extraordinary Team)

สุดยอดทีม (Extraordinary Team)

ท้ายหนังสือ Teamwork is an Individual Skill ของ Christopher Avery ได้กล่าวถึงสมการของสุดยอดทีมไว้ดังนี้ครับ Extraordinary Collaboration = Exchange + Expansion + Integrity ผมใช้เวลาอ่านตรงนี้ และอีก 3 บทที่ขยายความเรื่อง Exchange, Expansion และ Integrity อยู่เกือบ 2 สัปดาห์กว่าจะพอเข้าใจมันอย่

By Chokchai
ไล่ตามความฝัน กับ ดูแลตัวเอง

ไล่ตามความฝัน กับ ดูแลตัวเอง

ไล่ตามความฝัน กับ ดูแลตัวเอง ก่อนหน้านี้ผมเคยเล่าถึงขั้วตรงข้าม (Polarity) ระหว่างความคล่องตัวกับความสร้างสรรค์ไปแล้ว ครั้งนี้ผมมองว่า “การไล่ตามความฝัน” และ “การดูแลตัวเอง” (เปรียบเสมือน นักรบ กับ นักรัก) ก็เป็นแสงและเงาของกันและกั

By Chokchai