For Godsakes, talk like a human being

For Godsakes, talk like a human being

จาก The FLIP manifesto ของ Daniel H. Pink บทที่ 13 ชื่อตอนว่า “For Godsakes, talk like a human being”

ในบทนั้น เค้าพยายามชี้ให้เห็นว่าหลายองค์กรสื่อสารกับลูกค้า โดยใส่ความเป็น professional (ดูดี) เข้าไป จนกระทั่งภาษามันไม่เป็นธรรมชาติแล้ว มันดูโปรฯนะ แต่มันสื่ออารมณ์ไม่ได้อีกแล้ว มันแห้ง ยกตัวอย่างเช่น #รถไฟฟ้าเสีย

นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กล่าวสรุปในตอนท้ายว่า “บริษัทฯ ต้องขออภัยในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอแสดงความเสียใจที่ไม่สามารถอำนวยความสะดวกในการเดินทางในช่วงเวลาดังกล่าวได้ ซึ่งบริษัทฯ ได้พยายามอย่างเต็มที่เพื่อแก้ไขปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้น เพื่อให้รถไฟฟ้าบีทีเอสอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้แก่ผู้โดยสารได้เป็นปกติรวดเร็วเช่นเดิม และจะพยายามป้องกันปัญหาการเกิดเหตุขัดข้องให้น้อยที่สุด และเมื่อเกิดเหตุขัดข้องแล้วจะรีบดำเนินการแก้ไขให้เร็วที่สุด โดยยังคงให้ความสำคัญสูงสุดต่อมาตรฐานความปลอดภัยในการเดินรถ”

ref: https://bit.ly/2tSjEmK

ครั้งหนึ่ง ผมเคยนั่งแท็กซี่จะไปธุระ ระหว่างทางความร้อนหม้อน้ำก็ขึ้น แล้วแท็กซี่ก็ต้องจอดข้างทาง เปิดกระโปรงหน้ามา ไอน้ำก็พวยพุ่งออกมา แท็กซี่บอกผมว่า…

แท็กซี่: พี่ต้องขอโทษน้องจริงๆที่ทำน้องไปสาย พี่คงไปส่งน้องต่อไม่ได้แล้ว น้องโบกคันอื่นไปนะ ส่วนเงิน พี่ไม่เอา

ผมบอกว่า: ไม่เป็นไรพี่ ผมจ่ายเท่ามิเตอร์ก็ได้

แท็กซี่: ไม่เป็นไร พี่ส่งไม่ถึงที่ พี่รับไว้ไม่ได้หรอก

ผม: เอาหน่ะ ถือว่าผมช่วยค่าซ่อมรถ ช่วยๆกัน

ผมลองจินตนาการเล่นๆว่า ถ้าพอหม้อน้ำเสีย แล้วพี่แท็กซี่หันมาบอกผมว่า…

แท็กซี่: ผมต้องขออภัยในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอแสดงความเสียใจที่ไม่สามารถอำนวยความสะดวกในการเดินทางในช่วงเวลาดังกล่าวได้ ซี่งพี่ได้พยายามอย่างเต็มที่เพื่อแก้ไขปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้น เพื่อให้รถพี่อำนวยความสะดวกในการเดินทางแก่ผู้โดยสารได้เป็นปรกติรวดเร็วเช่นเดิม และจะพยายามป้องกันปัญหาการเกิดเหตุขัดข้องให้น้อยที่สุด และเมื่อเกิดเหตุ….

อย่าหวังว่าผมจะช่วยค่าซ่อมรถเลย

จริงๆผมชื่นชมคำชี้แจงของนายสุรพงษ์นะครับ เพราะในคำชี้แจงมี 2 อย่างที่สำคัญเวลาที่เรารู้ตัวว่าเราทำผิดคือ 1. ขอโทษ 2. เราจะทำอย่างไรให้มันไม่เกิดขึ้นอีก และเพราะมันเป็นตัวอย่างที่ดีอยู่แล้ว ผมจึงเลือกมาเป็นกรณีศึกษาว่าเวลาเราใส่ความเป็น professional เข้าใจมันขัดใจอารมณ์ลูกค้าได้อย่างไร

ถ้าอยากดูตัวอย่างที่แย่กว่าคำชี้แจงนี้ ก็มีให้ดูได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=_w4XS8C0G1k นะ

ลองนึกภาพว่าคนขับแท็กซี่หันมาบอกผมก่อนจะให้ผมไปโบกรถใหม่ว่า…

แท็กซี่: พี่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับจำนวนครั้งที่รถขัดข้อง แต่ให้ความสำคัญกับการดูแลให้ผู้โดยสารเดินทางได้ตรงเวลาในสถิติล่าช้าไม่เกิน 5 นาที ซึ่งขณะนี้รถของพี่ ยังดำเนินการได้ตามมาตรฐาน 99.5%

ปล. ผมไม่ได้ปักใจเชื่อหรอกนะว่าไอ้ข่าวที่ใน link เชื่อถือได้ 100% แต่คำชี้แจงลักษณะนี้ มีให้เห็นอยู่บ่อยๆ ซึ่งก่อนหน้านี้ ผมไม่รู้ว่าทำไมถึงอ่านแล้วมันน่าหงุดหงิดจัง จนกระทั่งได้มาอ่านบทนี้ของ FLIP manifesto นี่แหละ เวลาต้องสื่อสารกับลูกค้ามากมายในสถานการณ์ที่ลำบาก อย่าลืมลองสมมติว่าเราเป็นคนขับแท็กซี่ดูนะฮะ ผมลองใช้เทคนิคนี้แล้วรู้สึกว่ามันช่วยผมได้มาก หวังว่าจะมีประโยชน์กับผู้อ่านเหมือนกันฮะ

อ้างอิง

https://www.danpink.com/wp-content/uploads/2013/07/FLIP-Manifesto.pdf

Read more

ทำไม System Analyst ถึงไม่เชื่อ Design จากทีม

ทำไม System Analyst ถึงไม่เชื่อ Design จากทีม

บ่อยครั้งที่ผมได้ยินน้อง ๆ ออดส์ทีม (ODT) เล่าว่า งานที่ทำอยู่ไม่ท้าทายเลย เพราะเพียงได้รับ Specification มาจาก System Analyst (SA) หรือ Tech Lead ที่เป็นพนักงาน แล้วน้องก็มีหน้าที่เขียนโค้ดตามนั้นไปอย่างเดียว บ่

By Chokchai
เวลาอู้

เวลาอู้

ผมกำลังอ่านหนังสือ Slack: Getting Past Burnout, Busywork, and the Myth of Total Efficiency ของ Tom DeMarco ซึ่งได้ให้มุมมองใหม่เกี่ยวกับ Slack time หรือเวลาอู้งานกับผม แต่ก่อนจะเล่าว่าผมเห็นอะไร ผมของแบ่งปันมุมมองเวลาผมดูองค์กรก่อนนะ สายการผลิต คนในองค์กรมารวมตั

By Chokchai
สุดยอดทีม (Extraordinary Team)

สุดยอดทีม (Extraordinary Team)

ท้ายหนังสือ Teamwork is an Individual Skill ของ Christopher Avery ได้กล่าวถึงสมการของสุดยอดทีมไว้ดังนี้ครับ Extraordinary Collaboration = Exchange + Expansion + Integrity ผมใช้เวลาอ่านตรงนี้ และอีก 3 บทที่ขยายความเรื่อง Exchange, Expansion และ Integrity อยู่เกือบ 2 สัปดาห์กว่าจะพอเข้าใจมันอย่

By Chokchai