นำคนโดยไม่ใช้รางวัล

นำคนโดยไม่ใช้รางวัล

ก่อนหน้านี้ผมเคยแบ่งปันสิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากหนังสือ Punished by rewards ของ Alfie Kohn ว่าการให้รางวัลหรือการลงโทษ เป็นเครื่องมือเพื่อใช้บังคับคน ซึ่งจะทำให้เราได้ความร่วมมือ แต่ไม่มีทางนำไปสู่ความสมัครใจ แม้ผมจะเห็นด้วยแบบนี้ ก็ยังอดใช้อยู่เรื่อย ๆ ไม่ได้ เพราะมันเป็นเหมือนผงชูรสเลย คือไม่ว่าจะมีปัญหาด้านพฤติกรรมแบบไหน เราเอารางวัลหรือการลงโทษใส่ไปมันก็อร่อย แต่หนังสือทำให้ผมได้รู้แล้วว่า ข้อเสียของการแก้ปัญหาแบบนี้คือมันไม่ยั่งยืน เพราะเราจะต้องพึ่งผงชูรสเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนติดยาเสพติด และวันหนึ่งที่มันไม่ได้ผลแล้ว ปัญหาที่ยิ่งใหญ่มากกำลังรอเราอยู่

ทำไมมันถึงได้ผลเหมือนยาเสพติด

เพราะการได้รับรางวัลหรือการรอดพ้นจากการถูกลงโทษ ทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนความสุขที่ชื่อโดปามีน เป็นฮอร์โมนเดียวกันกับที่ร่างกายหลั่งออกมาเวลาเราเสพสารเสพย์ติด วันนี้เป็นที่รู้กันแล้วว่าเราจะรู้สึกดีตอนสารนี้หลั่ง และครั้งหน้าจะต้องการโดสที่มากขึ้น

ถ้าเราสังเกตบรรดาสัตว์ในพงไพร เราจะเห็นว่าสัตว์ทุกประเภท จะเล่นก็ต่อเมื่อมันรู้สึกปลอดภัย การละเล่น หรือความสร้างสรรค์นั้น อยู่ในแกนของการเติบโต (thrive) ซึ่งถ้าเราไม่รู้สึกปลอดภัย เราจะหาทางเอาตัวรอด (survive) ก่อน ไม่มีใครมีอารมณ์เล่นตอนไม่ปลอดภัยหรอก สิ่งนี้อธิบายว่าทำไมเราถึงสร้างสรรค์อะไรไม่ออกตอนเครียด และถ้าเราเข้าใจแล้วว่าการใช้รางวัลหรือการลงโทษ สร้างสถานการณ์ให้ผู้ถูกบังคับไม่ปลอดภัย ก็จะเห็นภาพชัดมากว่าทำไมมันถึงได้ผลเรื่อยไป

แล้วถ้าไม่ใช้มันจะทำยังไง

ผมสารภาพเลยว่าผมอ่านหนังสือเล่นนี้จบตั้งแต่ต้นปีแล้ว แต่อารมณ์ตอนอ่านจบยังค้างคา เพราะคำตอบเดียวที่ผมได้จากการอ่านครึ่งหลังของเล่มคือ

แก้ปัญหาสิ

ไม่ว่าจะใช้กับลูกชาย, ลูกน้องหรือลูกศิษย์ ถ้าเค้าไม่มีพฤติกรรมอย่างที่เราต้องการ เราก็ต้องไปทำความเข้าใจเค้าว่าเกิดอะไรขึ้น งานนั้นมันไม่สนุกเหรอ เค้าไม่เห็นประโยชน์ของงานนั้นกับตัวเองหรือกับคนอื่นในองค์กรเหรอ หรือว่ามันยากหรือง่ายไป หรือว่าเค้ากำลังเผชิญปัญหาอื่นที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าที่เค้าจะมีสมาธิกับอะไรได้ หรือเป็นเรื่องอื่นที่เรายังไม่ทราบ

เปรียบเหมือนกับถ้าอาหารไม่อร่อย แล้วไม่อยากใช้ผงชูรสเพราะเชื่อแล้วว่ามันไม่ดีในระยะยาว วิธีแก้คือต้องชิมดูว่ามันขาดอะไร แล้วต้องแก้ตรงไหน ซึ่งวิธีแก้จะแตกต่างกันไปร้อยแปดพันเก้า แล้วแต่สถานการณ์เลย เลยไม่มีใครตอบได้ว่าต้องแก้ยังไง ถ้าเรายังไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

และไม่ว่าจะเป็นบริบทที่ผมเป็นอาจารย์, หัวหน้า หรือพ่อก็ตาม มันง่ายมากเลยที่จะหมดความอดทนแล้วหันกลับไปใช้รางวัลหรือการลงโทษ สิ่งเดียวที่จะหยุดผมไว้คือคำเตือนจากหนังสือ The 7 habits of highly effective people ของ Stephen R. Covey ที่บอกว่า

ข้อเสียของการพึ่งอำนาจภายนอก คือเราเสียโอกาสที่จะฝึกอำนาจภายใน

การหันกลับไปหาสถานะที่เรามีอำนาจเหนือกว่า แล้วยืมอำนาจจากตำแหน่งนั้นมาบังคับเป็นทางเลือกที่หอมหวนเสมอ แต่ได้ลาภก็มีเสื่อมลาภ ได้ยศก็มีเสื่อมยศ ถ้าวันหนึ่งลูกโตขึ้นมาจนเป็นคนเลี้ยงผมแล้ว หรือวันหนึ่งลูกน้องผมเติบโตขึ้นมาจนกลายเป็นหัวหน้าผม หรือผมได้โอกาสที่จะไปสอนคนที่ power rank สูงกว่าบ้าง วันนั้นถ้าผมไม่เคยฝึกอำนาจภายในเลย ไม่สามารถสื่อสารได้อย่างได้ซื่อตรง เข้าใจง่าย น่าประทับใจ แล้ววันนั้้นผมจะเอาอะไรมาจูงใจให้คนฟังผม

ถ้าเราอยากได้ทีมงานที่สร้างสรรค์ แก้ปัญหาเองเป็น ซื่อสัตย์ ไม่คดโกง เราก็ต้องสร้างสถานการณ์ให้เค้าเติบโต ได้คุยกันจนเข้าใจว่าทำไมงานนี้ถึงจำเป็นกับองค์กรและเป็นประโยชน์กับเค้าเองด้วย และถ้าเค้าต้องการสนับสนุนอะไรที่เค้าคู่ควรเพื่อให้งานสำเร็จ หัวหน้างานก็ควรจะช่วยเท่าที่จะทำได้ แต่ถ้าเราใช้การบังคับ เราก็จะได้ทีมที่ยอมตาม และปัญหาใต้น้ำไม่ว่าจะเป็นเรื่องแรงจูงใจ ความยากของเนื้องาน หรือทักษะที่ไม่พอก็ไม่ถูกแก้ไข การเอารางวัลหรือการลงโทษถมลงไปมันกลบปัญหาวันนี้ แต่ไม่หายไป และวันที่มันบังคับไม่ไหวแล้ว ปัญหาที่โผล่ขึ้นมามันจะยิ่งใหญ่มาก

แต่ผมก็เข้าใจว่าในยุคนี้ที่เราเปลี่ยนงานกันบ่อย ๆ มันเป็นธรรมดาที่เราจะหวังว่า วันนั้นที่มันกลบไม่ไหวคงไม่มาโดนเราหรอก หรือถ้าเห็นทรงว่ามันกำลังจะผุดมา เราก็เผ่นก่อน เป็นธรรมดาที่คนจะเลือกตามหางานที่ใช่ มากกว่าสร้างงานที่ใช่ เพราะมันเป็นทางเลือกที่สะดวกและรวดเร็วกว่ามาก

ที่ผมเอาเรื่องนี้มาแบ่งปันเพราะอำนาจภายนอกก็เหมือนมอร์ฟีน ในบางสถานการณ์มันช่วยให้เรารอดตายได้เลย แต่มันไม่ใช่ยาวิเศษ ทุกครั้งที่ใช้ เราต้องเตรียมใจจ่ายผลลัพธ์ที่จะตามมาภายหลัง และมันไม่สมเหตุสมผลเลย ที่จะไปถามหาความสร้างสรรค์กับคนที่กำลังพยายามเอาชีวิตรอด

ขอเป็นกำลังใจให้กับคนที่กำลังฝึกความแข็งแกร่งภายใน ไม่ว่าจะเป็นการฝึกการสื่อสาร, ตามหาข้อมูล, ตามหาความรู้ หรือ ฝึกฝนความชำนาญเพื่อจะได้ไม่ต้องพึ่งแต่รางวัลและการลงโทษนะครับ

บทความที่เกี่ยวข้อง

เมื่อรางวัลกลายเป็นการลงโทษ

Read more

การสร้างทีม

การสร้างทีม

เคยไหม ที่เรามารวมตัวกับทีมเพื่อทำอะไรสักเรื่องที่ยาก ๆ แล้วพอทำ ๆ ไปก็เริ่มกังวลว่า เอ๊ะ นี่ทุกคนยังอยากทำสิ่งนี้อยู่ไหมนะ ทุกคนในทีมเต็มในทำมันหรือเปล่า ความลังเลตรงนี้มักจะทำให้เราไม่กล้าใส่แรงสุดกับงานนั้้น แล้วเริ่มแบ่งกำลั

By Chokchai
Long lived team

Long lived team

ทุกวันนี้สกรัมเป็นที่นิยมมากในทีมพัฒนาซอฟต์แวร์ จากประสบการณ์ที่ผมพบเจอทีมหลากหลาย มีน้อยทีมนักที่จะทราบว่า สกรัมออกแบบมาให้ทีมอยู่กันเป็น long lived team และน้อยคนยิ่งกว่านั้นที่จะเข้าใจทั้งความหมายของคำว่า long lived และคำว่าทีม Team ทีมไม่ใช่

By Chokchai
เสน่ห์ของ ScrumMaster

เสน่ห์ของ ScrumMaster

บางครั้งผมจะได้ยินคำถามเวลาไปงานแลกเปลี่ยนความรู้กับวง ScrumMaster ว่า ทำไงดี ทีมไม่เปิดใจให้ เข้าถึงทีมยาก ตอนผมนั่งในวงนั้น ผมก็ไม่รู้จะตอบยังไง เพราะผมไม่มีปัญหานี้ วันก่อน มีเพื่อนร่วมงานให้ feedback ผมว่า ผมมีพลังพิเศษ ทำให้คนไว้ใจ อยากเข้ามาปรึ

By Chokchai
ความหมายของที่ซ่อนอยู่ใน Just In Time

ความหมายของที่ซ่อนอยู่ใน Just In Time

วันหนึ่ง มีเด็กน้อยคนหนึ่ง กำลังจะขึ้นเครื่องบิน เด็กน้อยร้องไห้กระจองอแง อยู่ตรง security check เพราะว่าปลาทองที่เค้าจับมาได้ 2 ตัวนั้น ไม่สามารถเอาขึ้นเครื่องได้ เพราะมีน้ำอยู่ ยิ่งเด็กร้องนาน พ่อแม่ก็ยิ่งเครียด แล้วก็

By Chokchai