ในวันที่ฉันผิดข้อตกลง

ในวันที่ฉันผิดข้อตกลง

ในหนังสือ Teamwork is an Individual Skill ของ Christopher Avery นอกจากจะสอนให้ผมรู้จักวิธีทักเวลาเพื่อนผิดข้อตกลงแล้ว ยังสอนวิธีซ่อมความสัมพันธ์ในวันที่ผมเป็นฝ่ายผิดข้อตกลงด้วย ซึ่งมี 4 ขั้นตอนดังนี้ครับ

1. Acknowledge mistakes (ยอมรับความผิดพลาด)

ยอมรับผิด เช่น ไปสารภาพตรง ๆ เลยว่า “ฉันพลาดไปแล้ว”, “ฉันทำให้เธอผิดหวัง” หรือ “ฉันรักษาข้อตกลงไว้ไม่สำเร็จ”

ในขั้นนี้ เป็นเรื่องธรรมดามากที่เราอยากจะอธิบายว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมเราถึงพลาด ซึ่งเราอธิบายได้นะ แต่ถ้าอธิบายแล้วคาดหวังว่าเขาจะต้องเข้าใจ รับฟัง หรือให้อภัย นั่นเป็นสิ่งที่ผิด

2. Apologize effectively (ขอโทษอย่างมีประสิทธิภาพ)

ขอโทษอย่างจริงใจ ปัญหา 2 อย่างที่จะทำให้คำขอโทษของเราส่งไปไม่ถึงคือ:

  1. ขอโทษแบบขอไปที เพราะศักดิ์ศรียังค้ำคออยู่
  2. ขอโทษโดยเอาแต่ตำหนิตัวเอง

ไม่ว่าเป็นแบบไหน โฟกัสของคำขอโทษก็ยังอยู่ที่ตัวเราเอง มันเลยส่งไปไม่ถึงผู้รับ ถ้าจะขอโทษให้ถึงใจผู้รับ โฟกัสต้องอยู่ที่เขา เช่น “เธอไม่ควรต้องมาเจออะไรแบบนี้เลย” หรือ “ผมเรียนรู้จากความผิดพลาดนี้แล้ว และพร้อมจะรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น” เป็นต้น

3. Ask your partner what you can do to correct the situation (ถามถึงวิธีแก้ไข)

ถามเพื่อนว่า “ฉันจะแก้ไขสถานการณ์นี้ได้อย่างไร” สมมติเรายืมของเพื่อนมาแล้วทำหาย ความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ได้หายไปเพียงเพราะคำขอโทษ เพื่อนที่วางใจให้เรายืมของไม่ควรต้องเป็นคนรับผิดชอบความเสียหายนั้น เมื่อเราถามเขาในขั้นนี้ เราต้องเตรียมใจที่จะรับผิดชอบความเสียหายให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม

  • อย่าพยายามเดาเอง: ว่าเขาต้องการให้แก้ไขอย่างไร เพราะการคาดเดาจะทำให้โฟกัสของเราหลุดไปจากตัวเพื่อน ให้ฟังความรู้สึกและความต้องการของเขาแล้วค่อยตอบสนอง
  • อย่าคาดหวัง: ว่าเขาจะตอบว่า “ไม่เป็นไร” ความคาดหวังที่จะรอดพ้นความผิดจะถูกสื่อสารออกมาผ่านท่าทาง และนั่นจะทำให้ความสัมพันธ์ไม่กลับมาเหมือนเดิม
  • อย่ายอมตกเป็นฝ่ายถูกกระทำ: ถ้าสิ่งที่เพื่อนเรียกร้องนั้นเกินไป หรือเขาพยายามทำให้เราอับอาย แปลว่าเขาอาจยังไม่พร้อมจะซ่อมแซมความสัมพันธ์กับเรา เรามีทางเลือกที่จะเดินออกมาเสมอ ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาเอาเปรียบความจริงใจของเรา

4. Recommit to the relationship (ยืนยันความตั้งใจในความสัมพันธ์)

หลังจากเพื่อนได้ฟังว่าเรารู้ตัวแล้ว ได้ยินคำขอโทษ และรู้ว่าเราจะแก้ไขสถานการณ์อย่างไร เมื่อปัญหาตรงหน้าจบลง เราจึงค่อยมาคุยเรื่องความสัมพันธ์ในอนาคตกัน ขั้นนี้เป็นขั้นที่เราจะบอกว่าเราตั้งใจจะดูแลความสัมพันธ์ของเราต่อไปอย่างไร การเอ่ยปากออกมาจะกลายเป็นคำมั่นสัญญาใหม่ ช่วยลดโอกาสที่จะทำพลาดซ้ำ และลดอคติที่เพื่อนอาจจะมีต่อความผิดพลาดเก่าของเรา เปิดโอกาสให้เราได้เริ่มต้นใหม่ไปด้วยกัน


ที่ผมเอาเรื่องนี้มาแบ่งปันเพราะในชีวิตเราต้องมีวันที่ผิดสัญญาบ้างแหละครับ และบางความสัมพันธ์ก็สำคัญเกินกว่าจะปล่อยให้ร้าวฉานไป การที่เรามีทักษะและความเข้าใจในการแก้ไขทั้งสถานการณ์และสายสัมพันธ์ น่าจะช่วยให้เราสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับเพื่อนร่วมงาน และสร้างสิ่งแวดล้อมการทำงานในฝันได้จริง ๆ

Read more

สุดยอดทีม (Extraordinary Team)

สุดยอดทีม (Extraordinary Team)

ท้ายหนังสือ Teamwork is an Individual Skill ของ Christopher Avery ได้กล่าวถึงสมการของสุดยอดทีมไว้ดังนี้ครับ Extraordinary Collaboration = Exchange + Expansion + Integrity ผมใช้เวลาอ่านตรงนี้ และอีก 3 บทที่ขยายความเรื่อง Exchange, Expansion และ Integrity อยู่เกือบ 2 สัปดาห์กว่าจะพอเข้าใจมันอย่

By Chokchai
ไล่ตามความฝัน กับ ดูแลตัวเอง

ไล่ตามความฝัน กับ ดูแลตัวเอง

ไล่ตามความฝัน กับ ดูแลตัวเอง ก่อนหน้านี้ผมเคยเล่าถึงขั้วตรงข้าม (Polarity) ระหว่างความคล่องตัวกับความสร้างสรรค์ไปแล้ว ครั้งนี้ผมมองว่า “การไล่ตามความฝัน” และ “การดูแลตัวเอง” (เปรียบเสมือน นักรบ กับ นักรัก) ก็เป็นแสงและเงาของกันและกั

By Chokchai
สกรัมเป็น Empirical process

สกรัมเป็น Empirical process

กระบวนการแก้ปัญหาในโลกแบ่งเป็น 2 แบบ แบบแรกคือ Defined process ซึ่งเป็นกระบวนการที่มีขั้นมีตอนชัดเจน เช่น Waterfall เป็นต้น ส่วนแบบที่สองคือ Empirical process หรือ "กระบวนการเชิงประจักษ์" ซึ่งเป็นการทำไปแล้วก็ปรับไปเรื่อย ๆ สกรัมเป็นแบบหลัง

By Chokchai
สกรัมมาสเตอร์ observe ผู้คน

สกรัมมาสเตอร์ observe ผู้คน

ครั้งที่แล้วผมแบ่งปันไปว่าสิ่งหนึ่งที่ผมตอนเป็นสกรัมมาสเตอร์มองหาคือ polarity หรือขั้วตรงข้าม ซึ่งคู่แรกที่ผมแบ่งปันไปคือ ระเบียบ (control) และความสร้างสรรค์ (creative) วันนี้ผมตะมาแบ่งปันอีกรูปแบบหนึ่งของ 2 ขั้วนี้ที่เรียกว่า survive (อยู่รอดปลอดภั

By Chokchai