ในวันที่เพื่อนผิดข้อตกลง

ในวันที่เพื่อนผิดข้อตกลง

หนังสือ Teamwork is an individual skill ของ Christopher Avery เป็นคลังสมบัติจริง ๆ มีหลายหลักการที่ผมเก็บสะสมมาล้วนถูกรวบรวมอยู่ในเล่มนี้ หนังสือเล่มนี้เน้นการสร้างทีมในฝัน แทนที่จะตามหาทีมในฝัน ไม่ว่าเพื่อนร่วมทีมจะเป็นยังไง หนังสือนี้แนะนำพฤติกรรมที่จะช่วยเพิ่มโอกาสที่จะทำให้เราได้อยู่ในทีมที่สุดยอด

หนึ่งในสิ่งที่ผมได้เรียนจากหนังสือคือ ถ้าเพื่อนในทีมผิดข้อตกลง แล้วเราไม่ทักท้วง ถือว่าเราก็มีส่วนทำให้ทีมแย่ลงไม่น้อยไปกว่าคนที่ผิดข้อตกลงเลย ซึ่งในหนังสือแนะนำการทักท้วงออกเป็น 7 ขั้นตอนดังนี้

1. รับรู้ความรู้สึกของตัวเอง

การที่จะไปทักเวลาเพื่อนทำผิดข้อตกลงเป็นเรื่องยาก ขั้นแรกให้อยู่กับความรู้สึกของตัวเองก่อน เรารู้สึกอะไรบ้าง? กล้า ๆ กลัว ๆ ไหม มีทั้งที่มุ่งมั่นและลังเลอยู่พร้อม ๆ กันหรือเปล่า

2. เคาะประตู

เพื่อนเค้าอาจจะไม่รู้ตัวก็ได้ ว่าเรากำลังจะให้ negative feedback ฉะนั้นเราที่รู้ตัวควรจะเคาะประตูก่อน เช่น “เพื่อน ฉันอยากคุยกับเธอในเรื่องการทำงานร่วมกันของเรา ตอนนี้เธอสะดวกไหม”

3. บอกให้ชัดเจน

ต้องพูดไปถึงการกระทำอย่างชัดเจน ว่าเขาทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ ที่ชวนให้เราเข้าใจว่าเค้าผิดข้อตกลง อย่าปล่อยให้เค้าเติมคำในช่องว่างเอาเอง

4. ใช้การอธิบายเหตุและผล

เล่าให้เค้าฟังถึงผลกระทบของการกระทำของเขา อยู่กับความจริงให้มากที่สุด อย่าเพิ่งต่อว่าหรือตัดสิน เพราะมันจะลดโอกาสที่เค้าจะได้ยิน

5. บอกว่าการที่เค้าผิดข้อตกลงกระทบกับส่วนตัวคุณอย่างไร

ปกติเวลามีคนผิดข้อตกลงกับเรา แล้วทำให้เราหมดความมั่นใจ เรามักจะมีคำตัดสินกับเขา ซึ่งขั้นตอนนี้แหละ เป็นขั้นตอนที่เราสามารถเล่าคำตัดสินที่เรามีให้เค้าฟังได้ (ห้ามเล่าก่อนหน้านี้) ให้เริ่มด้วยคำประมาณ “ฉันเดาว่า…” “ฉันตีความว่า…” เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อการตัดสินของเราเอง หรือบอกเขาว่า ข้อตกลงของเราคงสำคัญกับเขาน้อยกว่าที่มันสำคัญกับคุณ หรือแม้แต่บอกว่า ฉันรู้สึกเหมือนโดนทรยศ

6. ฟังเขาอธิบาย

ถ้าเราทำตามขั้นตอนด้านบนอย่างดี คำพูดเราอาจจะไปถึงใจเขา ซึ่งเปิดพื้นที่ให้เค้าได้อธิบายและแก้ไขปัญหา ถ้าเขาเริ่มโทษเรา หรือว่าเริ่มแก้ตัว ให้ชวนให้เขาสำรวจพฤติกรรมของเขาไปด้วยกัน

7. สร้างข้อตกลงใหม่

เมื่อถึงจุดนี้เท่านั้น เราถึงจะพร้อมคุยเรื่องอนาคต เราสามารถบอกความต้องการของเราให้เขาทราบได้ เช่น “ถ้าเธอรู้แล้วว่าจะทำตามข้อตกลงไม่ได้ อยากให้เธอรีบบอก เราจะได้หาทางออกด้วยกัน” หรือคุณอาจจะเล่าให้เขาฟังว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเชื่อใจเขายากขึ้นแล้ว เป็นต้น

BEAR model

ก่อนมารู้จักกับ 7 ขั้นตอนนี้ ผมเคยรู้จัก BEAR model ที่เป็น model ในการให้ negative feedback ตอนเรียน Nonviolent Communication กับอาจารย์หลิ่งเหมือนกัน ซึ่ง BEAR model เริ่มแบบนี้

  • 0. เคาะประตู
  • 1. B — Behavior เล่าพฤติกรรมที่เขาทำอย่างชัดเจน
  • 2. E — Effect บอกผลกระทบของพฤติกรรมนั้น 
  • — เงียบและฟัง — 
  • 4. A — Alternative หาทางออกร่วมกัน
  • 5. R — Request ขอสร้างข้อตกลงใหม่

แม้ BEAR model จะจำง่ายดี แต่ถ้าเทียบกับกับ 7 ขั้นตอนด้านบนแล้ว ผมชอบ 7 ขั้นนี้ที่เค้าเพิ่มการรับรู้ความรู้สึกตัวเองขึ้นมาเป็นขั้นแรก เพื่อเราจะได้เริ่มบทสนทนาได้อย่างมั่นคง และในขั้นที่ 5 ก็เปิดพื้นที่ให้ผมได้เล่าผลกระทบส่วนตัวจากการผิดข้อตกลง

ที่ผมเอาเรื่องนี้มาแบ่งปันเพราะ ข้อตกลงของทีมสัมพันธ์กับความเคารพที่มีต่อสมาชิกในทีมอย่างลึกซึ้ง และเมื่อเราคิดว่ามีสมาชิกในทีมผิดข้อตกลง มักยากมากเลยที่จะรักษาความเคารพต่อกันและกัน ถ้าไม่มีทักษะนี้ การทักก็อาจจะก้าวล้ำความเคารพที่มีให้กัน แต่ถ้าไม่ทักก็รักษาความเคารพต่อตัวเองและทีมต่อได้ยากอีก หวังว่าทักษะนี้จะช่วยคุณหยุดการตามหาและเริ่มสร้างทีมที่ใช่ได้นะครับ

Read more

สุดยอดทีม (Extraordinary Team)

สุดยอดทีม (Extraordinary Team)

ท้ายหนังสือ Teamwork is an Individual Skill ของ Christopher Avery ได้กล่าวถึงสมการของสุดยอดทีมไว้ดังนี้ครับ Extraordinary Collaboration = Exchange + Expansion + Integrity ผมใช้เวลาอ่านตรงนี้ และอีก 3 บทที่ขยายความเรื่อง Exchange, Expansion และ Integrity อยู่เกือบ 2 สัปดาห์กว่าจะพอเข้าใจมันอย่

By Chokchai
ไล่ตามความฝัน กับ ดูแลตัวเอง

ไล่ตามความฝัน กับ ดูแลตัวเอง

ไล่ตามความฝัน กับ ดูแลตัวเอง ก่อนหน้านี้ผมเคยเล่าถึงขั้วตรงข้าม (Polarity) ระหว่างความคล่องตัวกับความสร้างสรรค์ไปแล้ว ครั้งนี้ผมมองว่า “การไล่ตามความฝัน” และ “การดูแลตัวเอง” (เปรียบเสมือน นักรบ กับ นักรัก) ก็เป็นแสงและเงาของกันและกั

By Chokchai
สกรัมเป็น Empirical process

สกรัมเป็น Empirical process

กระบวนการแก้ปัญหาในโลกแบ่งเป็น 2 แบบ แบบแรกคือ Defined process ซึ่งเป็นกระบวนการที่มีขั้นมีตอนชัดเจน เช่น Waterfall เป็นต้น ส่วนแบบที่สองคือ Empirical process หรือ "กระบวนการเชิงประจักษ์" ซึ่งเป็นการทำไปแล้วก็ปรับไปเรื่อย ๆ สกรัมเป็นแบบหลัง

By Chokchai
สกรัมมาสเตอร์ observe ผู้คน

สกรัมมาสเตอร์ observe ผู้คน

ครั้งที่แล้วผมแบ่งปันไปว่าสิ่งหนึ่งที่ผมตอนเป็นสกรัมมาสเตอร์มองหาคือ polarity หรือขั้วตรงข้าม ซึ่งคู่แรกที่ผมแบ่งปันไปคือ ระเบียบ (control) และความสร้างสรรค์ (creative) วันนี้ผมตะมาแบ่งปันอีกรูปแบบหนึ่งของ 2 ขั้วนี้ที่เรียกว่า survive (อยู่รอดปลอดภั

By Chokchai