Long lived team

Long lived team

ทุกวันนี้สกรัมเป็นที่นิยมมากในทีมพัฒนาซอฟต์แวร์ จากประสบการณ์ที่ผมพบเจอทีมหลากหลาย มีน้อยทีมนักที่จะทราบว่า สกรัมออกแบบมาให้ทีมอยู่กันเป็น long lived team และน้อยคนยิ่งกว่านั้นที่จะเข้าใจทั้งความหมายของคำว่า long lived และคำว่าทีม

Team

ทีมไม่ใช่กลุ่มธรรมดา กลุ่มคือคนที่มารวมกันเพราะสนใจของอย่างเดียวกัน เช่น วงเหล้า วงนินทา นับเป็นกลุ่ม ถ้าเมื่อไหร่ที่ของที่สนใจหายไป กลุ่มก็จะสลายไปเองตามธรรมชาติ ใครที่อยู่ในกลุ่มแล้วไม่ชอบ ก็จะค่อย ๆ ถอยห่างและจากไปจากกลุ่ม ด้วยธรรมชาติที่เข้าออกได้อย่างอิสระ กลุ่มเลยมักจะผันเปลี่ยนเวียนสมาชิกไปตามธรรมชาติ สิ่งหนึ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงคือ เวลาที่ต้องเลือกว่าจะดูแลงานหรือดูแลคนในกลุ่ม กลุ่มจะเลือกดูแลคนเสมอ เพราะจริง ๆ แล้วมันไม่มีงานชัดเจนว่ากลุ่มมารวมกันเพื่อทำงานอะไร สรุปแล้ว กลุ่มให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์มากกว่าความสำเร็จ

นอกจากวงเหล้า วงนินทาแล้ว โครงสร้างของกลุ่มที่ดู official หน่อยคือชมรม ที่คนเข้าออกได้อย่างอิสระนี่แหละ

ในทางกลับกัน ทีมคือคนที่มารวมกันเพราะมีเป้าหมายร่วมกัน มีงานบางอย่างที่ฉันทำคนเดียวไม่สำเร็จ เราเลยมารวมกันเพื่อทำมันให้สำเร็จ และด้วยธรรมชาติของเป้าหมายของงาน เลยมักมีผลตอบแทนบางอย่างจากการที่งานสำเร็จ และผลตอบแทนนั้นจะเลี้ยงทีมนี้ให้อยู่เรื่อยไป บริษัทเป็นตัวอย่างของทีมแบบหนึ่ง แผนกงาน หรือทีมพัฒนาซอฟต์แวร์ก็เช่นกัน

แต่น่าเสียดายที่ทีมมารวมกันเพื่อทำงาน เวลาที่ต้องเลือกว่าจะดูแลคนในทีมหรือจะมุ่งให้งานสำเร็จ ทีมจะต้องเลือกงานก่อน เพราะทีมที่เลือกทิ้งงานแต่ดูแลคน คือทีมที่มีปัญหาและจะอยู่ได้ไม่ยั่งยืน

และด้วยธรรมาชาติที่แตกต่างกันของกลุ่มและทีม ผมเลยมักเห็นคนนินทาเพื่อนร่วมงานในวงเหล้า

ทีนี้ ก่อนจะไปเข้าใจว่าทำไมสกรัมถึงเลือกให้ทีมอยู่ด้วยกันนาน ๆ (long lived) เราต้องเข้าใจคุณสมบัติของทีมที่สกรัมตามหา ที่เรียกว่า high performing team ก่อน

High performing

ทีมที่มารวมตัวกัน จะต้องใช้เวลาในการปรับตัวเข้าหากัน ทำความรู้จักกัน รู้ว่าใครชำนาญด้านไหน ยึดมั่นในคุณค่าอะไร เรียนรู้วิธีปฏิสัมพันธ์ เรียนรู้วิธีจะตัดสินใจร่วมกัน และเรียนรู้ระยะห่างที่เหมาะสมระหว่างกันและกัน

ในกระบวนการเหล่านี้ อาจจะเกิดความขัดแย้งกันบ้าง และต้องหัดที่จะแก้ไขความขัดแย้งที่เกิดขึ้น และเรียนรู้กันให้มากขึ้น

เมื่อทำได้ดี ทีมก็จะเริ่มเข้าขา เข้าสู่จุดที่สามารถส่งเสริมจุดแข็งกันและกัน กลบจุดอ่อนกันและกัน และทำได้มากกว่าที่จะต่างคนต่างทำ และจุดนั้นคือจุดที่หลายทีมตามหา ที่เรียกว่า high performing

ที่น่าเสียดายคือ ใน project team ทีมมักจะมาถึงจุดนี้เอาตอนท้าย project แล้ว พองานจบ ก็แยกย้ายกลับเข้าแผนก รอไปเริ่มต้นกับทีมใหม่

นี่คือเหตุผลที่สกรัมเสียดาย และเลือกจะให้สกรัมทีมเป็น long lived team

Long lived team

สกรัมเลือกที่จะให้ฟอร์มทีมขึ้นมา แล้วก็ให้ทีมนี้อยู่ด้วยกันไปตลอด และ ให้เอางานจาก backlog มาใส่ทีม แทนที่จะฟอร์มทีมตามงาน ถ้า feature นี้เสร็จแล้ว ก็เอา feature ใหม่มาใส่ backlog เดิม แล้วให้ทีมเดิมนี่แหละทำงานใหม่ต่อไป ไม่ต้องสลายทีมแล้วไปเริ่มต้นใหม่

ที่ทำแบบนี้เพื่อจะรักษาสถานะทีมที่ high performing เอาไว้ ไม่ต้องเริ่มต้นจ่ายค่าเรียนรู้กันและกันใหม่เรื่อย ๆ นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ประโยชน์จะ historical data ทั้งหลาย ทั้งความเร็วของทีม (velocity) และ working agreement ที่มีด้วยกัน จนถึงการปรับปรุงพัฒนาทีมที่เคย ๆ ทำมาในแต่ละ sprint retrospective ด้วย

ผลพลอยได้อีกย่างคือ การที่ให้ทีมอยู่ด้วยกัน ผ่าน gamification หรือ project ที่เรียกว่า sprint ในทุก ๆ รอบการทำงาน ที่ทีมจะได้เจอความความสำเร็จหรือล้มเหลวทุก ๆ sprint เป็นกุศโลบายเพื่อให้เค้าได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน ด้วยความหวังจะให้ทีมสกรัมเข้าใกล้สิ่งที่เรียกว่ากลุ่มมากขึ้น ถึงในทุก ๆ event จะเน้นความสำเร็จมากกว่าดูแลความสัมพันธ์ อย่างน้อยก็มี sprint retrospective อีก 1 event ที่เน้นความสัมพันธ์ล้วน ๆ เพราะความสำเร็จมันจบไปตั้งแต่ sprint review แล้ว

องค์ประกอบอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นขนาดที่จำกัดอยู่แค่ไม่เกินพิซซ่า 2 ถาดกินอิ่มหรือความโปร่งใสใน daily สกรัม ล้วนสนับสนุนให้ทีมสกรัมเข้าใกล้คำว่ากลุ่มมากขึ้นทั้งนั้น

และการที่ setup ให้เป็น long lived team ก็บังคับให้สมาชิกทุกคนรู้ว่า สายสัมพันธ์กับคนในทีมนี้แหละ ที่จะประกอบกันเป็นพื้นที่ทำงานของฉัน ฉะนั้นถ้ามีความขัดแย้งเกิดขึ้น ก็จำเป็นที่ต้องเลือกว่าจะแก้ไขมัน หรือจะทนอยู่กับความขัดแย้งนั้นตลอดไปในการทำงานในที่นี้

ที่ผมเอาเรื่องนี้มาแบ่งปันเพราะ เวลาที่คุณได้เห็นสกรัมทีมที่เค้าไม่ได้สนิทกันมากกว่าเพื่อนร่วมงานตามที่มันถูกออกแบบมา น่าจะเริ่มเห็นว่าองค์ประกอบใดที่เราบิดเบือนมันไป ทำให้มันไม่เวิร์คอย่างที่ควรจะเป็น ในธุรกิจที่มีการแข็งขันสูงอย่างยาวนาน สู้เป็นทีมง่ายกว่าสู้ลำพังเยอะนะ ดังสุภาษิตของชาวแอฟริกันว่า

อยากเดินเร็วให้เดินคนเดียว อยากเดินไกลให้เดินเป็นหมู่คณะ

Read more

ในวันที่ฉันผิดข้อตกลง

ในวันที่ฉันผิดข้อตกลง

ในหนังสือ Teamwork is an Individual Skill ของ Christopher Avery นอกจากจะสอนให้ผมรู้จักวิธีทักเวลาเพื่อนผิดข้อตกลงแล้ว ยังสอนวิธีซ่อมความสัมพันธ์ในวันที่ผมเป็นฝ่ายผิดข้อตกลงด้วย ซึ่งมี 4 ขั้นตอนดังนี้ครับ 1. Acknowledge mistakes (ยอมรับความผิ

By Chokchai
ในวันที่เพื่อนผิดข้อตกลง

ในวันที่เพื่อนผิดข้อตกลง

หนังสือ Teamwork is an individual skill ของ Christopher Avery เป็นคลังสมบัติจริง ๆ มีหลายหลักการที่ผมเก็บสะสมมาล้วนถูกรวบรวมอยู่ในเล่มนี้ หนังสือเล่มนี้เน้นการสร้างทีมในฝัน แทนที่จะตามหาทีมในฝัน ไม่ว่าเพื่อนร่วมทีมจะเป็นยังไง หนังสื

By Chokchai
Prolonged fasting 2025

Prolonged fasting 2025

ผมตื่นมาเช้านี้ รู้สึกเลยว่าหมดแรง ลองพยายามกำมือแน่น ๆ แต่กำไม่ไหวเลย เรี่ยวแรงมันน้อยไปหมด ลุกขึ้นช้า ๆ หลังปรับความดันได้ ก็ลองไปชั่งน้ำหนัก ลงไปอีก 0.35 กิโลจากเมื่อวาน ลองวัดความดันดู ความดันปรกติ 115/75 ค่อย ๆ พาตั

By Chokchai
ชีวิต

ชีวิต

ผมกำลังพยายามทำ prolonged fasting (อดอาหาร 72 ชั่วโมง) ครั้งแรกในชีวิต ณ ตอนนี้เป็นชั่วโมงที่ 34 เมื่อเช้าตอนออกไปวิ่ง 5 ก.ม. ระหว่างวิ่งอยู่ก็นึกขึ้นมาได้ว่าตอนถือศีลอด (ตามหลักศาสนาอิสลาม) ซึ่งอดตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนพระอาทิตย์ตกดิน ผมเคยคิ

By Chokchai