ความหมายของที่ซ่อนอยู่ใน Just In Time
วันหนึ่ง มีเด็กน้อยคนหนึ่ง กำลังจะขึ้นเครื่องบิน เด็กน้อยร้องไห้กระจองอแง อยู่ตรง security check เพราะว่าปลาทองที่เค้าจับมาได้ 2 ตัวนั้น ไม่สามารถเอาขึ้นเครื่องได้ เพราะมีน้ำอยู่ ยิ่งเด็กร้องนาน พ่อแม่ก็ยิ่งเครียด แล้วก็มีแอร์โฮสเตสคนหนึ่ง ไปนั่งคุยกับน้อง บอกว่า
พี่ขอยืมปลาทองหน่อยนะ เดี๋ยวพี่จะเอาไปใส่ในแทงค์น้ำใต้เครื่อง ปลาทองจะได้เดินทางกลับไปพร้อม ๆ กับเพื่อน ๆ ใต้ท้องเครื่อง แล้วพอไปถึง เดี๋ยวพี่เอาปลาทองมาคืนให้
เด็กน้อยได้ยินดังนั้นก็สงบลง และมอบปลาทองให้กับแอร์โฮสเตส แล้วก็ขึ้นเครื่องไป หลังจากนั้นแอร์โฮสเตสก็โทรไปหาเพื่อนที่สนามบินปลายทาง แล้วบอกเค้าหาซื้อปลาทองมา 2 ตัว พร้อมกับถ่ายรูปส่งให้เพื่อน
สองเสาหลังของ TPS
ปรกติ Just In Time (JIT) และ Jidoka (Autonomation) เป็น 2 เสาที่สำคัญของ Toyota Production System (TPS) ซึ่งก่อนหน้านี้ผมเข้าใจ JIT แค่ว่า คือการทำของเท่าที่จำเป็น เมื่อไหร่มีประจักษ์แล้วว่าต้องใช้ ก็ค่อยสร้าง อย่าทำเผื่อ ไม่งั้นก็จะทำให้ของเต็มคลังไปหมด ทำให้เงินจม แต่ไม่นานมานี้ ผมได้ฟังเรื่อง JIT จากเพื่อนทีม Odd-e สิงคโปร์ที่ชื่อเทอรี่ ทำให้เข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่ของคำนี้ คือการเชื่อว่าผู้คนนั้นมีของ

วันหนึ่งหลังจากจบ conference เค้าก็ไปกินเลี้ยงกันต่อที่บาร์ ทุกคนได้รับ token คนละ 2 อัน เป็นหรียญเล็ก ๆ เอาไว้แลกเครื่องดื่มที่บาร์ เทอรี่รู้จักเพื่อนที่เป็นมุสลิมที่มา conference ด้วยกัน เห็นเพื่อนไม่ดื่น ก็เลยไปขอ token เค้ามา เพื่อนเองก็ใจดี อาสาไปไล่ขอ token จากเพื่อนมุสลิมด้วยกันมาให้ สรุปเทอรี่ได้ token มากองหนึ่ง และเดินเข้าบาร์อย่างมั่นใจว่าตัวเองมีของ
พอไปถึง เค้าก็แยกนั่งกันเป็นโต๊ะเล็ก ๆ เทอรี่ก็มาถึงแล้วก็พบว่า ที่โต๊ะนั้นพอเค้าดื่มเครื่องดื่มหมด เค้าก็ผลัดกันไปหาเครื่องดื่มมาให้ทั้้งโต๊ะ เวียนกันไปเรื่อย ๆ เทอรี่ดื่มเครื่องดื่มที่คนตานั้นหามาหมด พอถึงตาเทอรี่ที่มี token สะสมไว้มากมาย เทอรี่ก็หาเครื่องดื่มมาเลี้ยงทั้งโต๊ะอย่างง่ายดาย
ตาคนถัดไป เค้าก็ไปตามล่าหา token จากคนที่จะกลับแล้ว ได้ token มากองหนึ่ง แล้วก็เอาไปแลกไวน์มาหนึ่งขวดจากบาร์มาเลี้ยงคนทั้งโต๊ะ
คนถัดไปหา token ไม่ได้แล้ว แต่อาศัยทักษะเจรจา เลยไปที่บาร์แล้วพูดกับบาร์เทนเดอร์ว่า
จริง ๆ เครื่องดื่มเหล่านี้เตรียมไว้เลี้ยงคนจาก conference ใช่ไหม งั้นไม่ต้องยึดกับ token หรอก เอาเหล้าที่เหลือมาเถอะ เดี๋ยวพวกเราเก็บกวาดให้
แล้วก็กลับมาพร้อมกับเหล้าอีกขวดไว้เลี้ยงคนทั้งโต๊ะ
สาเหตุหนึ่งที่ผมหลงรัก Toyota Production System เพราะเค้าให้ความเคารพกับผู้คน ตั้งแต่คนทำงาน หัวหน้างาน ไปจนถึงลูกค้า และในจังหวะนี้เอง ที่เทอรี่ตระหนักถึงความหมายที่ซ่อนอยู่ภายใต้ Just In Time
ความหมายที่ซ่อนอยู่
Just In Time คือความเชื่อใจ เชื่อใจว่าคนทำงานมีของ เชื่อว่าเมื่อเกิดปัญหาคนที่อยู่หน้างานจะแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เพื่อให้งานเดินต่อไปได้
ถ้าเอามารวมกับ Jidoka (Autonomation) ซึ่งทำงานเหมือนเครื่องทอผ้า คือการ Automate เหตุการณ์ปรกติ และหยุดเมื่อเกิดปัญหา ก็จะเห็นว่า Autonomation คือการทำให้คนว่างจะการเฝ้าเครื่องจักร แล้วไปทำอย่างอื่นที่มีประโยชน์กว่า และเมื่อเกิดปัญหาและเครื่องหยุดทำงาน เราเชื่อว่าคนทำงานที่มีของ จะสามารถแก้ปัญหาได้
ตัดกลับมาที่เรื่องราวของเด็กน้อยที่ไปถึงสนามบินปลายทาง ได้รับปลาทองกลับมาจะแทงค์ใต้เครื่อง และกลับบ้านไปอย่างมีความสุข มีคนเคยฟังเรื่องนี้แล้วถามว่า
เกิดอะไรขึ้นกับปลาทอง 2 ตัวแรกที่อยู่สนามบินต้นทาง
คนเล่าบอกว่า
ไม่ต้องห่วง ตอนนี้สองตัวนั้นได้ดี ดังไปแล้ว ไปแสดงหนังเรื่อง finding Nemo
ที่ผมเอาเรื่องนี้มาแบ่งปันเพราะ ในยุคที่เราเอา AI มาช่วย Automate งานหลายอย่าง มันคงจะดีมาก ถ้าเราไม่ลืมความเคารพที่มีต่อผู้คน เครื่องมือใหม่ ๆ เหล่านี้จะได้ทำให้ชีวิตคนมีความหมายขึ้นอย่างที่มันคู่ควร