คิดบวก .. ฝึกได้
ช่วงนี้อ่านหนังสือ The happiness advantage ของ Shawn Achor อยู่ เป็นหนังสือเล่มนึงที่ชอบมาก เพราะมันทำให้ผมเห็นทั้งประโยชน์ของการมีความสุข และทักษะที่เราสามารถฝึกฝนได้ เพื่อให้แต่ละวันในชีวิตมีความสุขมากขึ้น
ทักษะนึงที่จะทำให้เรามีความสุขก็คือเป็นคนคิดบวก เวลาที่เราคิดบวก เราจะสร้างสรรค์กว่าตอนที่เราคิดลบ และมีความสามารถในการเรียนรู้ได้ดีกว่า ฉะนั้นก็จะประสบความสำเร็จง่ายกว่า
ข้อดีของคิดบวก ใคร ๆ ก็รู้ คำถามคือ ถ้าชั้นติดคิดลบหล่ะ แล้วจะฝึกยังไงให้คิดบวก?
ในหนังสือลองยกตัวอย่างสถานการณ์นึง สมมติว่า เมื่อวานเราไปธนาคาร แล้วดั๊น มีโจรมาปล้นธนาคารตอนนั้นพอดี สุดท้ายโจรโดนตำรวจจับได้ ทั้ง 50 ชีวิตในธนาคารปลอดภัย ไม่มีใครเสียชีวิต มีผู้บาดเจ็บหนึ่งคนคือเรานั่นเอง โดนยิงที่แขน เราคิดว่าเราโชคดีหรือโชคร้าย เพราะอะไร?
คนคิดลบอาจจะคิดว่า “โชคร้ายสิ ร้อยวันพันปีไม่เคยมาปล้น ต้องมาปล้นตอนชั้นมาพอดี หรือ คนมีตั้ง 50 คน เผือกโดนกุอี๊กกก”
คนคิดบวกอาจจะคิดว่า “โชคดีสิ โดนยิงที่แขน ถ้าโดนหัว ตายไปละ หรือไม่ก็ โชคดีที่ไม่มีใครเสียชีวิตเลย หรือ โชคดีที่ไม่มีเด็กบาดเจ็บ”
หนังสืออธิบายต่อว่าในการทดลองสัมภาษณ์คนจากเหตการณ์สมมติข้างบน ไม่ว่าจะเป็นคนที่ตอบว่าโชคดีหรือโชคร้าย คนทุกๆคนทำเหมือนกันคือ “แต่งเรื่อง”
คนคิดลบ คือคนที่แต่งเรื่องที่ดีกว่าสถานการณ์ที่ตัวเองเจอมา และเปรียบเทียบ ซึ่งส่งผลให้เรารู้สึกไม่ดี ทำให้ผลกระทบทางลบของสถานการณ์นั้นมันรุนแรงขึ้นต่อจิตใจเรา
คนคิดบวกก็แต่งเรื่อง แต่แต่งเรื่องที่แย่กว่าสถานการณ์ที่ตัวเองเจอ เช่นโดนยิงหัว แล้วพอมาเปรียบเทียบก็รู้สึกโชคดี ทำให้ผลกระทบทางลบมันมีผลต่อจิตใจเราน้อยลง
พอได้รู้ว่าจะคิดบวก หรือคิดลบก็ใช้ทักษะแต่งเรื่องเหมือนกัน ทำให้มีความหวังว่า ถึงเป็นคนคิดลบก็ฝึกที่จะคิดบวกได้แหละ เพราะมันเป็นทักษะเดียวกันที่เราต้องใช้ สิ่งที่ต้องทำก็แค่ พอรู้ตัวว่ากำลังแต่งเรื่องที่ดีกว่ามาเปรียบเทียบให้มันดราม่าขึ้น ก็ลองแต่งเรื่องที่แย่กว่า เพื่อให้สถานการณ์นี้กลายเป็นเรื่องโชคดี
อีกอย่างที่เค้าให้ลองทำคือคิดสิ่งที่ดีๆที่เกิดขึ้น 3 อย่างในวันนี้ก่อนนอน การฝึกแบบนี้ทุกๆวันทำให้เราสามารถคิดบวกได้อย่างเป็นอัตโนมัติมากขึ้น
วันนี้ 3 อย่างดี ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตคุณคิดอะไรเหรอครับ? :)