กฎของจั๊วะ
ปีนี้ที่อายุ 44 ผม Reflect ตัวเอง และพบว่าหลักการใช้ชีวิตของผมได้มาจากหนังสือ The Seven Habits of Highly Effective People เยอะมาก ใน Habit ทั้ง 7 นี้จะมีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่ผมไปศึกษามา แล้วค่อย ๆ เติมเข้าไปเพื่อทำให้ Habit นั้นทำได้สะดวกยิ่งขึ้น
Be Proactive
ในความกดดัน คนเราเลือกสิ่งที่คุ้นชิน แม้ว่ามันจะไม่เวิร์กก็ตาม — Virginia Satir
ในความรีบ เราขยับตัวเร็วขึ้นได้ แต่เราคิดเร็วขึ้นไม่ได้ — Tom DeMarco, หนังสือ Slack
การฝึกสติก็เหมือนทักษะอื่น ๆ ที่ต้องฝึกฝนในบริบทที่ง่าย ๆ ก่อน เช่น ฝึกที่จะเลือกการตอบสนองเวลาพนักงานพูดจาไม่ถูกใจ หรือฝึกที่จะตอบสนองเวลามีรถปาดหน้า หรือมีคนแซงคิว
ถ้าไม่ฝึกกับเวทีเล็ก ๆ เหล่านี้ จะไปฝึกในสถานการณ์ที่เดิมพันสูง ๆ เช่น การเถียงกับคนในครอบครัว คงจะครองสติยาก
Begin with the End in Mind
หมั่นตรวจสอบตัวเองว่าเราอยากให้ชีวิตจบอย่างไร อะไรที่พาเราเข้าใกล้ฉากจบนั้นคือสิ่งสำคัญ อะไรที่ไม่เกี่ยวก็คือไม่สำคัญ
ถ้าเห็นความสำคัญในชีวิตชัดเจน เวลาจะต้องเลือกก็จะไม่สับสน
ถ้ายังไม่รู้ว่าจะเลือกอะไร ปกติ 2 Polarity หลัก ๆ (จาก 4 แกน) ที่คนเรามักจะเลือกกันคือ 1. ความสำเร็จ 2. ความสัมพันธ์ 3. ความสนุก 4. ความมั่นคง ใน 4 อย่างนี้ให้เลือกแค่ 2 แล้วจะเห็นตัวเองชัดขึ้น
Put First Things First
สิ่งสำคัญให้ทำก่อน ถ้าด่วนก็ทำเลย ถ้าไม่ด่วนก็ให้วางแผนก่อน วางแผนเสร็จแล้วจะพักผ่อนก็พักได้
อย่าฝืน อยากทำอะไรก็ทำ ถ้าเราฝืน ทั้งจักรวาลจะต้องชดใช้ — ครูกิล, คอร์สปรัชญา Tao Te Ching
จะใจดีกับตัวเองในปัจจุบันก็ได้ แต่อย่าลืมใจดีกับตัวเองในอนาคตด้วย
Seek First to Understand, Then to Be Understood
ใส่หน้ากากออกซิเจนให้ตัวเองก่อน แล้วค่อยคิดจะช่วยคนอื่น ถ้ายังทำ 3 Habit แรกได้ไม่ดี ให้กลับไปฝึก 3 อันแรกก่อน อย่าเพิ่งไปคาดหวังกับ Habit ที่ 4-6 มากนัก
การรับฟัง เหมือนออกซิเจนทางจิตวิทยา — Sandra M. Covey, The Seven Habits of Highly Effective Families
ให้เลือกฟังก่อนแล้วค่อยพูด ถ้าทำไม่ได้แสดงว่าเรายังไม่พร้อมคุย ให้ไปนอนสักตื่นก่อน
เวลาฟัง อย่าไปตัดสินคนจากคำพูด ผมเองก็เผลอพูดแรงกว่าที่ตั้งใจเพราะอารมณ์บ่อย ๆ ให้ตัดสินคนจากการกระทำแทนคำพูด
ฝึก Empathic Listening คือค้นหาความรู้สึกและความต้องการของผู้พูด คนเราอ้าปากก็เพราะขอร้องกับชวนให้ร่วมยินดีเท่านั้นแหละ
ก่อนพูด ให้คิดก่อนว่ามีประโยชน์ไหม
ฝึก Nonviolent Communication (NVC) เข้าไว้ เพื่อเพิ่มโอกาสที่ผู้ฟังจะได้ยินเรามากที่สุด โดยเฉพาะเรื่องที่กระทบใจหนัก ๆ
Think Win-Win
Win-Win เริ่มจากต่างฝ่ายต่างละวางวิธีการ แล้วกลับไปหาความต้องการของตัวเองให้เจอ หลังจากแบ่งปันความต้องการให้ได้ยินกันแล้ว ความสร้างสรรค์จะเกิดขึ้น แล้ววิธีการใหม่ที่ตอบสนองความต้องการของทั้งสองฝ่ายจะออกมาเอง
เหมือนกับสัตว์ป่าทุกเผ่าพันธุ์ที่พอรู้สึกปลอดภัยก็จะเริ่มเล่น ความสร้างสรรค์ของเราไม่มีขีดจำกัดเมื่ออยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม
ความกล้าเป็นคุณสมบัติพื้นฐานของความสร้างสรรค์ ถ้าอยู่คนเดียวเรียกว่าความมั่นใจ ถ้าอยู่เป็นฝูงเรียกว่าความปลอดภัย
Synergy
ถ้าเรา Realize ความคิดจาก Think Win-Win ได้ ก็จะพบว่า $1 + 1 > 2$ ได้จริง ๆ
ใคร ๆ ก็เสียความมั่นใจได้ ซึ่งพอเราเสียความมั่นใจ เราจะชอบหา Confirmation ด้วยการถามคำถามปลายปิด ข้อเสียคืออีกฝ่ายจะรู้สึกกดดันเหมือนโดนสอบสวนโดยที่เราไม่รู้ตัว ทั้งหมดนี้เป็นเพราะเรากำลังเสียความมั่นใจอยู่
บัญชีออมใจ หรือสะพานใจ ต้องหมั่นดูแล เพราะดอกเบี้ยมันงอกเงยขึ้นทุกวัน ไม่ว่าจะทางบวกหรือลบก็ตาม
สุดยอดทีมต้องไม่หยุดที่จะสื่อสาร ทั้งเรื่องงานและเรื่องเล่น (เพื่อเติมบัญชีออมใจ)
Sharpen the Saw
หมั่นออกกำลังกาย อะไรที่เราไม่ใช้ เราจะเสียมันไป การเคลื่อนไหวก็เช่นกัน
The 5-Minute Journal เป็น 1 Habit ที่ดูแลสุขภาพใจได้ดีมาก ๆ
ดูแล Ikigai ของตัวเอง ถ้างานประจำให้สารอาหารเราไม่ครบ 4 หมู่ ก็หางานอดิเรกมาเสริม คนที่ Ikigai สมบูรณ์ ทำเท่าไหร่ก็ไม่เหนื่อย
ในวันยาก ๆ พวกพฤติกรรมที่เราออกแบบไว้นี่แหละ ที่จะพาเราผ่านมันไปได้