เสน่ห์ของ ScrumMaster

เสน่ห์ของ ScrumMaster
“CCC Cupping 2005–12–22 2” by Andy Ciordia is licensed under CC BY-NC 2.0

บางครั้งผมจะได้ยินคำถามเวลาไปงานแลกเปลี่ยนความรู้กับวง ScrumMaster ว่า ทำไงดี ทีมไม่เปิดใจให้ เข้าถึงทีมยาก ตอนผมนั่งในวงนั้น ผมก็ไม่รู้จะตอบยังไง เพราะผมไม่มีปัญหานี้

วันก่อน มีเพื่อนร่วมงานให้ feedback ผมว่า ผมมีพลังพิเศษ ทำให้คนไว้ใจ อยากเข้ามาปรึกษา ผมตอบ 2 ครั้ง ครั้งแรกผมพูดถึงเรื่อง congruence ที่เรียนมาจากคอร์ส Satir หลังจากอ่านสีหน้าผู้คนในวงสนทนาแล้ว ผมเลือกใช้สิทธิตอบครั้งที่ 2 :D

feedback นี้ทำให้ผมนึกขอบคุณเพื่อนสนิท 2 คน คนแรกชื่อปาฮาเป็นคนที่เรียนห้องเดียวกันกับผมมาตั้งแต่ป. 1 จนจบ ป. ตรี ครั้งนึงตอนสมัยมัธยม

ปาฮา

ปาฮาเล่าความสามารถพิเศษหนึ่งให้ผมฟัง ผมบอกว่าไม่เชื่อ ทำให้ดูหน่อย ปาฮาก็ปฏิเสธ ผมถามว่าทำไม แล้วปาฮาก็บอกว่า

เดี๋ยวพอกูทำให้มึงดู มึงก็เอาไปเล่าให้ชาวบ้านรู้กันทั่ว แล้วกูก็โดนล้อ

เป็น feedback ที่ตรงมาก ผมอึ้งไปอยู่พักนึง แล้วก็สัญญาว่าจะไม่เล่าให้ใครฟัง แล้วปาฮาก็สำแดงความสามารถพิเศษให้ผมดู จนถึงวันนี้ผมก็ยังรักษาความลับนั้นไว้ ไม่เคยเล่าให้ใครฟัง

เวลามีใครมาเล่าสิ่งที่เปราะบางให้ผมฟัง ผมจะสมมติว่าสิ่งนั้นเป็นความลับไว้ก่อน และเมื่อไหร่ที่อยากเปิดเผยข้อมูลนั้น ผมจะขออนุญาตก่อน และใช้ข้อมูลนั้นเมื่อได้รับอนุญาตเท่านั้น

ทำแรก ๆ ไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงอะไรอะไรหรอกครับ ทำไปนาน ๆ สิ่งนี้ถึงจะซึมลงไปในท่าทาง ภาษา สีหน้า น้ำเสียง กลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่คนมาปรึกษารู้สึกได้ ว่าพื้นที่ที่เราคุยกัน มันมีความเป็นส่วนตัว

เพื่อนอีกคนชื่ออัม บ่อยครั้งที่ผมมีปัญหา ผมมักจะปรึกษาอัม อัมก็โทรมาปรึกษาผมบ้างเหมือนกัน ผมรู้จักอัมเพราะเราอยู่กลุ่มเดลต้าเหมือนกันที่มหา’ลัย มีครั้งนึงผมมีเรื่องกลุ้มใจ ผมนั่งบ่นไปเรื่อย ๆ ขณะที่อัมนั่งเป็นเพื่อนแล้วฟังเฉย ๆ หลังจากเหตุการณ์นั้น ผมก็รู้สึกสนิทใจกับอัมมาก โดยที่ผมในตอนนั้นอธิบายไม่ได้เลยว่าเพราะอะไร

อัม

มีวันนึง อัมโทรมาปรึกษาผม ผมฟังอัมแล้วก็ตัดสินเองว่าอัมทำไม่ถูก แล้วก็แนะนำอัมไปว่าควรทำยังไงไม่ให้เจอปัญหาแบบนี้อีกในครั้งหน้า แล้วอัมก็ตอบกลับมาว่า

เวลามีคนโทรมาปรึกษากุ กุจะสังเกตก่อน ว่าตอนนี้คนนั้นต้องการอะไร ซึ่งหลัก ๆ จะแบ่งออก 3 อย่างคือ ต้องการการรับฟัง ซึ่งกุก็จะนั่งฟังเฉย ๆ ไม่พูดอะไร หรือต้องการคนเข้าข้าง ซึ่งกุก็จะข่วยด่าฝ่ายตรงข้ามโดยไม่สนถูกผิด หรือต้องการคำปรึกษา ซึ่งกุก็อาจจะแนะนำไปตามที่กุคิด ถ้ามืงจะทำได้แบบเดียว กุก็เข้าใจแต่กุคงจะโทรมาปรึกษาเฉพาะตอนต้องการคำแนะนำ ซึ่งทำให้กุปรึกษามืงบ่อยน้อยลงเฉย ๆ

นี่เป็น feedback ในตำนานสำหรับผมเลย มันตรงมากนะ และไม่มีอะไรทิ่มแทงในนี้เลย ตอนผมได้ยินแบบนี้ ผมไม่รู้จะตอบอะไร ตอนนั้นผมกลัวมาก กลัวจะเสียความสนิทสนมกับเพื่อนคนนี้ไป ตั้งแต่นั้น default mode ของผมตอนมีคนมาปรึกษาก็เปลี่ยนจากให้คำแนะนำ เป็นเข้าข้าง :D ประโยคนึงที่ผมพูดบ่อยมากเวลามีคนโทรมาบ่นใครให้ฟังคือ

กุไปต่อยแม่งให้เอามะ? :D

สิ่งที่คาดไม่ถึงเลยคือ ตั้งแต่นั้นก็มีคนโทรมาปรึกษาผมบ่อยขึ้น ๆ เยอะขึ้น ๆ และมันช่วยให้ผมมีประสบการณ์ที่กว้างขึ้น ๆ และเติบโตขึ้นมากมายจากการพูดคุยกับผู้คน

การเปิดพื้นที่รับฟังโดยไม่ตัดสิน และการรักษาความลับให้พื้นที่นั้นมีความเป็นส่วนตัวนี่แหละ ที่ทำให้ผมไม่ค่อยเจอปัญหาเรื่องทีมไม่เปิดใจให้เลย

กลับมาที่ congruence ซึ่งแปลว่าการที่ภายในใจเรากับพฤติกรรมภายนอกสอดคล้องกัน ผมเชื่อมโยงเรื่องนี้เข้ากับ congruence ตรงที่ พอเรารักษาพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ให้ผู้คนอย่างสม่ำเสมอจนนานพอ สิ่งนี้จะซึมลึกเข้าไปในสีหน้า แววตา น้ำเสียง แม้แต่วิธีที่สมาชิกในทีมคุยกับเราก็เปลี่ยนไป ส่งผลให้แม้แต่สมาชิกที่เข้ามาใหม่ ก็จะรู้สึกสบายใจที่จะปรึกษาเราทั้ง ๆ ที่รู้จักกันไม่นาน

Read more

เวลาอู้

เวลาอู้

ผมกำลังอ่านหนังสือ Slack: Getting Past Burnout, Busywork, and the Myth of Total Efficiency ของ Tom DeMarco ซึ่งได้ให้มุมมองใหม่เกี่ยวกับ Slack time หรือเวลาอู้งานกับผม แต่ก่อนจะเล่าว่าผมเห็นอะไร ผมของแบ่งปันมุมมองเวลาผมดูองค์กรก่อนนะ สายการผลิต คนในองค์กรมารวมตั

By Chokchai
สุดยอดทีม (Extraordinary Team)

สุดยอดทีม (Extraordinary Team)

ท้ายหนังสือ Teamwork is an Individual Skill ของ Christopher Avery ได้กล่าวถึงสมการของสุดยอดทีมไว้ดังนี้ครับ Extraordinary Collaboration = Exchange + Expansion + Integrity ผมใช้เวลาอ่านตรงนี้ และอีก 3 บทที่ขยายความเรื่อง Exchange, Expansion และ Integrity อยู่เกือบ 2 สัปดาห์กว่าจะพอเข้าใจมันอย่

By Chokchai
ไล่ตามความฝัน กับ ดูแลตัวเอง

ไล่ตามความฝัน กับ ดูแลตัวเอง

ไล่ตามความฝัน กับ ดูแลตัวเอง ก่อนหน้านี้ผมเคยเล่าถึงขั้วตรงข้าม (Polarity) ระหว่างความคล่องตัวกับความสร้างสรรค์ไปแล้ว ครั้งนี้ผมมองว่า “การไล่ตามความฝัน” และ “การดูแลตัวเอง” (เปรียบเสมือน นักรบ กับ นักรัก) ก็เป็นแสงและเงาของกันและกั

By Chokchai