เมื่อรางวัลกลายเป็นการลงโทษ

เมื่อรางวัลกลายเป็นการลงโทษ

ผมกำลังอ่านหนังสือ Punished by rewards ของ Alfie Kohn ในหนังสือค่อย ๆ อธิบายว่าการเอารางวัลมาจูงใจคนทำงานมีข้อเสียอย่างไร

ตอนนี้ผมอ่านจบส่วนที่เล่าถึงข้อควรระวังมากมายของการเอารางวัลมาล่อคนทำงาน และกำลังจะเข้าสู่ทางเลือกว่า ถ้าไม่เอารางวัลมาล่อ เรามีทางเลือกอะไรอีกบ้าง ก่อนจะไปต่อ หนังสือสรุปข้อเสียของการใช้รางวัลไว้ดังนี้

รางวัลไม่ต่างกับการทำโทษ

ไม่ว่าจะเป็นการให้รางวัล หรือ การลงโทษ ล้วนเป็นการควบคุมคนอื่นเหมือนกัน และเมื่อไหร่เราได้รางวัลน้อยกว่าที่เราคาดหวัง เช่น ได้โบนัสน้อยกว่าที่คาด ความรู้สึกของผู้รับไม่ต่างกับการโดนลงโทษเลย ผมไม่เคยดีใจกับโบนัสครึ่งเดือนที่ได้ แต่มักจะเสียใจกับโบนัสอีกครึ่งเดือนที่น้อยกว่าที่คาดมากกว่า

รางวัลเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์

การให้รางวัล เปลี่ยนสถานะจากพ่อกับลูกเป็น ผู้ให้และผู้รับรางวัล เป็นธรรมดาของคนที่กำลังพยายามหาทางทำให้เราถูกใจเพื่อรางวัลจะไม่กล้าปรึกษาเวลาติดปัญหา

รางวัลไม่ต้องการเหตุผล

เมื่อลูก ลูกน้อง หรือ นักเรียน ไม่อยากทำอะไรสักอย่าง การเอารางวัลมาล่อหรือขู่จะทำโทษ เราจะได้พฤติกรรมตามที่คาดหวังทันที สิ่งที่รางวัลให้เราได้คือ ความยินยอม แต่ไม่ได้ช่วยให้เราแก้ปัญหา ไม่แม้แต่ได้รับรู้ถึงปัญหาด้วยซ้ำ

และเพราะเงื่อนไขการให้รางวัลต้องเป็นธรรม เราเลยอยากได้การวัดผลที่ชัดเจน แต่ของที่วัดง่ายมักจะไม่มีประโยชน์ บ่อยครั้งมีโทษด้วย ถ้าดูมาตรวัดตัวหนึ่งตามลำพัง แต่พอดูประกอบกันหลายตัว ก็แล้วแต่คนดูจะอ่านผลอีก เพราะแบบนี้ หลายองค์กรเลยมีพนักงานได้เกรด A กันหมดเลย แต่บริษัทขาดทุน

รางวัลทำร้ายแรงจูงใจภายใน

เวลาเราได้รางวัลจากการทำอะไร ปรากฏการณ์นั้นสื่อสารกับสัญชาติญาณของเราว่า สิ่งที่เราทำเป็นภาระ เป็นงาน และเวลาลับหลังคนอื่น เราจะอยากทำสิ่งนั้นน้อยลง

ก่อนหน้านี้ผมเลยแบ่งปันบทความที่มีลุงจ้างเด็กมาด่าเค้า แล้วพอให้เงินน้อยลง ๆ เด็ก ๆ ก็เลิกด่าเค้าไปเอง

ผมอ่านมาถึงตรงนี้ ผมซื้อแล้วแหละ ผมจะหลีกเลี่ยงรางวัลและการลงโทษเท่าที่จะทำได้ ผมกำลังเข้าสู่ส่วนที่น่าสนใจคือ แล้วถ้าไม่ใช้รางวัลจะต้องทำอย่างไร ไว้ได้เรียนรู้อะไรเพิ่มเติมจะมาแบ่งปันต่อนะครับ

เป็นกำลังใจให้พ่อแม่ ครู หัวหน้างาน ผู้บริหาร ที่กำลังเผชิญกับความลำบากในการตัดสินใจใช้อำนาจที่มาคู่กับความรับผิดชอบที่อยู่ในมืออย่างไรในแต่ละชั่วขณะนะครับ

บทความที่เกี่ยวข้อง

แครอทกับสติ๊ก
แครอทกับสติ๊ก (ไม้เรียว) เป็นสำนวนฝรั่งหมายถึง รางวัลกับบทลงโทษ ซึ่งสื่อถึงการใช้อำนาจบังคับพฤติกรรมสิ่งมีชีวิตอื่นนั่นเอง ปรกติแล้วสมัยก่อนคนขี่ม้าหรือลา จะเอาแครอทมาผูกกับเบ็ดเอาไว้ด้านหน้า เพื่อล่อให้ลาวิ่งตามแครอท ขณะที่มืออี

Read more

สุดยอดทีม (Extraordinary Team)

สุดยอดทีม (Extraordinary Team)

ท้ายหนังสือ Teamwork is an Individual Skill ของ Christopher Avery ได้กล่าวถึงสมการของสุดยอดทีมไว้ดังนี้ครับ Extraordinary Collaboration = Exchange + Expansion + Integrity ผมใช้เวลาอ่านตรงนี้ และอีก 3 บทที่ขยายความเรื่อง Exchange, Expansion และ Integrity อยู่เกือบ 2 สัปดาห์กว่าจะพอเข้าใจมันอย่

By Chokchai
ไล่ตามความฝัน กับ ดูแลตัวเอง

ไล่ตามความฝัน กับ ดูแลตัวเอง

ไล่ตามความฝัน กับ ดูแลตัวเอง ก่อนหน้านี้ผมเคยเล่าถึงขั้วตรงข้าม (Polarity) ระหว่างความคล่องตัวกับความสร้างสรรค์ไปแล้ว ครั้งนี้ผมมองว่า “การไล่ตามความฝัน” และ “การดูแลตัวเอง” (เปรียบเสมือน นักรบ กับ นักรัก) ก็เป็นแสงและเงาของกันและกั

By Chokchai
สกรัมเป็น Empirical process

สกรัมเป็น Empirical process

กระบวนการแก้ปัญหาในโลกแบ่งเป็น 2 แบบ แบบแรกคือ Defined process ซึ่งเป็นกระบวนการที่มีขั้นมีตอนชัดเจน เช่น Waterfall เป็นต้น ส่วนแบบที่สองคือ Empirical process หรือ "กระบวนการเชิงประจักษ์" ซึ่งเป็นการทำไปแล้วก็ปรับไปเรื่อย ๆ สกรัมเป็นแบบหลัง

By Chokchai
สกรัมมาสเตอร์ observe ผู้คน

สกรัมมาสเตอร์ observe ผู้คน

ครั้งที่แล้วผมแบ่งปันไปว่าสิ่งหนึ่งที่ผมตอนเป็นสกรัมมาสเตอร์มองหาคือ polarity หรือขั้วตรงข้าม ซึ่งคู่แรกที่ผมแบ่งปันไปคือ ระเบียบ (control) และความสร้างสรรค์ (creative) วันนี้ผมตะมาแบ่งปันอีกรูปแบบหนึ่งของ 2 ขั้วนี้ที่เรียกว่า survive (อยู่รอดปลอดภั

By Chokchai