แครอทกับสติ๊ก
แครอทกับสติ๊ก (ไม้เรียว) เป็นสำนวนฝรั่งหมายถึง รางวัลกับบทลงโทษ ซึ่งสื่อถึงการใช้อำนาจบังคับพฤติกรรมสิ่งมีชีวิตอื่นนั่นเอง
ปรกติแล้วสมัยก่อนคนขี่ม้าหรือลา จะเอาแครอทมาผูกกับเบ็ดเอาไว้ด้านหน้า เพื่อล่อให้ลาวิ่งตามแครอท ขณะที่มืออีกข้างถือไม้เรียวเอาไว้ตีเวลาที่ลาอู้หรือเดินช้า เป็นที่รู้กันว่าแครอทกับไม้เรียวใช้บังคับพฤติกรรมของลาให้เป็นอย่างที่เราต้องการได้
วิธีใช้แครอทกับไม้เรียวมันสะดวกมาก เพราะวิธีการนี้คนขี่ไม่ต้องมานั่งหาคำตอบว่าทำไมลาถึงเดินช้าลง มันเหนื่อยเกินหรือว่าขามันเจ็บอยู่ไหม หิวไหม เกิดอะไรขึ้น เราข้ามทุกการหาคำตอบแล้วใช้รางวัลหรือการลงโทษในการบังคับพฤติกรรมลาให้สมใจเราแทน
เพราะความสะดวกของมัน วิธีนี้ได้รับความนิยมสูงมาก จนเราเอาวิธีการนี้มาใช้กับคนด้วย เพราะในตัวคนก็มีสัญชาติญาณที่ตอบสนองต่อรางวัลและการลงโทษอยู่ ถ้านักเรียนตั้งใจเรียนจะได้สติ๊กเกอร์ พ่อแม่ชมลูกเวลาเรียนดี ถ้ายอดขายถึงเป้าจะได้โบนัสเพิ่มเป็นต้น
ข้อควรระวังที่เป็นที่รู้กันของวิธีนี้
เป็นที่รู้กันว่าเอารางวัลมาล่อให้คนสร้างสรรค์ไม่ได้ รางวัลเหมาะกับงานถึก ๆ เช่นงานใช้แรงงาน ตั้งแต่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม งานประเภทนี้ก็น้อยลงเรื่อย ๆ ตามความเก่งของหุ่นยนต์ที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โอกาสที่จะใช้วิธีการนี้เลยน้อยลง ๆ
ที่วิธีการนี้ไม่เหมาะกับความสร้างสรรค์เพราะเวลาคนเราวิ่งตามรางวัลหรือหนีการลงโทษ เวลาเราวิ่งสุดแรงเราจะอยู่ในโหมดที่มุมมองแคบมาก ๆ และอยากจะวิ่งไปให้ถึงเป้าหมายเร็วที่สุด ด้วยวิธีการที่สั้นที่สุด เรียกว่าเราจะทำงานให้เสร็จ ๆ ไปเพื่อให้ถึงเป้าหมาย

ผลกระทบระยะยาวเช่น ความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน ชื่อเสียงหรือผลกำไรของบริษัทจะสำคัญต่อเราน้อยลงในช่วงเวลานั้น
ในโหมดเครียด ๆ แบบนั้นมันยากที่จะสร้างสรรค์อะไรออกมา ยากที่จะมองภาพใหญ่ ดูผลกระทบระยะยาว แต่มันดีตรงจะรีดแรงกายของเราออกมาได้มาก
ข้อควรระวังที่ไม่ค่อยมีใครรู้ของแครอทกับไม้เรียว
คือมันจะทำให้เราอยากทำกิจกรรมนั้นน้อยลง หลายคนชอบเล่นดนตรี ว่างเมื่อไหร่ก็คว้ากีตาร์มาฝึก แต่พอได้กลายเป็นมืออาชีพสมใจ ไปเล่นตามผับหรือร้านอาหาร หลังจากนั้น ก็ไม่อยากเล่นกีตาร์ฟรีอีกต่อไป
ปลายทศวรรษ 1960 Mark Lepper จากมหาวิทยาลัยแสตนฟอร์ด กำลังสังเกตเหล่าคุณครูเอารางวัลมาล่อให้นักเรียนเล่นเกมประกอบการสอน ซึ่งเด็ก ๆ ก็ทำตามเป็นอย่างดี แต่พอรางวัลหมด เด็ก ๆ ก็ไม่สนใจจะเล่นเกมประกอบการสอนอีกต่อไป ขณะที่เด็กโรงเรียนอื่นที่ครูปล่อยให้เด็กเลือกเองว่าจะเล่นไหม เด็ก ๆ กลับเล่นกันไม่หยุด เพราะเกมมันสนุก
Lepper บอกว่าเค้าคงไม่มีทางสังเกตเห็นผลกระทบนี้ถ้าเค้าไม่ได้มีโอกาสเห็นเด็กโรงเรียนอื่นที่ครูไม่ได้เอารางวัลมาล่อ
ลุงจ้างเด็กด่าตัวเอง
มีลุงแก่ท่านหนึ่งที่รำคาญแก๊งค์เด็ก ๆ ที่ชอบมาล้อเลียนว่าลุงโง่บ้าง หัวล้านบ้าง หน้าตาอัปลักษณ์บ้าง
วันหนึ่ง ลุงก็เลยบอกเด็ก ๆ ว่า ถ้าพรุ่งนี้เด็ก ๆ มาด่าลุงอีก ลุงจะจ่ายคนละ 30 บาท เด็ก ๆ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าแค่มาด่าก็จะได้เงิน
เช้าวันรุ่งขึ้นเด็ก ๆ ก็แห่กันมาด่าลุงอย่างขันแข็ง แล้วลุงก็จ่ายคนละ 30 ตามสัญญา แต่บอกเด็ก ๆ ว่า
ถ้าพรุ่งนี้มาด่าอีก ลุงจ่ายให้ได้แค่คนละ 10 บาทเท่านั้น
เด็ก ๆ ก็คิดว่า ก็ยังดี รุ่งขึ้นก็มาด่าตามเดิม หลังรับไปคนละ 10 บาท ลุงก็บอกเด็ก ๆ ว่า
พรุ่งนี้ลุงจ่ายให้ได้แค่คนละบาทเท่านั้น
เด็ก ๆ โวยวายว่าไม่เห็นจะคุ้มเลย แล้วเด็ก ๆ กลุ่มนั้นก็ไม่กลับมาด่าลุงอีกเลย ทั้ง ๆ ที่เมื่อ 3 วันก่อน เด็ก ๆ ด่าลุงฟรีมาตลอด
ข้อควรระวังที่ไม่ค่อยมีใครรู้เกี่ยวกับรางวัลคือ
เมื่อเราให้รางวัล ความสนุกของกิจกรรมนั้นก็จะหมดไป
ที่ผมเลือกเอาเรื่องนี้มาแบ่งปันเพราะ สำหรับหัวหน้า, ครู หรือพ่อแม่ที่มีอำนาจจะให้รางวัลผู้น้อยได้ การตระหนักถึงผลกระทบที่ละเอียดอ่อนของมันจะช่วยให้เราใช้มันได้อย่างชาญฉลาดขึ้น เพระการใช้มันผิดวิธีอาจจะสร้างความสะดวกวันนี้ แต่เราต้องชดใช้อีกหลายวันในการจ่ายหนี้ที่สร้างขึ้น