Vibe Coding
สร้างผลงานในจังหวะของ AI
Web Summit 2025 — Lisbon | Matt Wolfe, Replit
ลองจินตนาการดูว่า… การเขียนโค้ดของคุณไม่ได้เหมือนกับพิมพ์คำสั่งในเทอร์มินัล แต่เหมือนกับ เล่นดนตรีร่วมกับวง — มีจังหวะ มีความรู้สึก และมีคู่หูที่เข้าใจคุณอย่างลึกซึ้ง
นั่นแหละคือแนวคิดของ “Vibe Coding”
แนวทางการสร้างซอฟต์แวร์ที่ Matt Wolfe จาก Replit นำเสนอในงาน Web Summit ปีนี้ มันไม่ใช่การเขียนโค้ดให้เร็วขึ้น แต่คือการ “สร้างในจังหวะที่ลื่นไหล” — building in flow
พอเริ่ม session Matt ก็ใช้ speech-to-text พูดใส่ prompt บน Replit ว่า
I want a real-time chat app that allows me to interact with attendees at a conference session, maybe this conference session, even. And the app is going to create unique session URLs. It’s going to generate QR codes. It’s going to support dozens of simultaneous connections and attendees, store messages, and database. And I want to list the sessions on the database, or on the home page, rather.

แล้วเค้าก็บอกว่าระหว่างรอมัน build application 20 นาที เค้าก็จะพูดต่อพลาง ๆ
“คุณไม่จำเป็นต้องเป็นโปรแกรมเมอร์ครับ” Matt พูดบนเวที
“คุณแค่ต้องคิดเหมือนผู้สร้าง — อยากรู้อยากเห็น อดทน และกล้าที่จะลอง”
หัวใจของ vibe coding คือ การไหลลื่นระหว่างมนุษย์กับ AI
มนุษย์อธิบายสิ่งที่อยากได้ AI ช่วยค้นหาสิ่งที่จำเป็น และทั้งคู่เรียนรู้ไปพร้อมกันในสิ่งที่ยังไม่รู้ Matt เรียกมันว่า “วงจรของผู้สร้าง”
สามทักษะพื้นฐาน — การสื่อสาร การวางแผน และการเรียนรู้ — ถูกขับเคลื่อนด้วยพลังของ AI ที่ไม่ใช่เครื่องจักร แต่เป็น “เพื่อนร่วมวง” บนเวที
Matt เดโมสด — เขาสร้างเว็บแอปทั้งตัวโดยไม่ต้องเขียนโค้ดเองเลย เพียงพิมพ์คำสั่งบอก AI ว่า “อยากได้ interface แบบมินิมอล สีอ่อนขึ้นอีกนิด” AI ก็แก้ให้ทันที
เขาใส่คำสั่งเพิ่มฟีเจอร์ /generate เพื่อให้ผู้ใช้พิมพ์แล้วสร้างภาพได้ในห้องแชต
ถ้าเกิดบั๊ก? AI ดีบั๊กตัวเอง
ถ้าดีไซน์เบี้ยว? แค่สั่งใหม่ แล้วทุกอย่างกลับเข้าที่
มันไม่ใช่เรื่องของความเร็ว แต่มันคือ “ภาวะลื่นไหล” — flow state ที่มนุษย์ไม่ต้องสะดุดกับเรื่องจุกจิก เพราะ AI ช่วยจัดการเบื้องหลังให้ทั้งหมด
Matt ทิ้งท้ายไว้เรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง:
“AI เองไม่ได้สร้างสรรค์สิ่งใหม่ — เราต่างหากที่สร้าง
มันแค่ช่วยให้เราอยู่ในจังหวะนั้นนานพอที่จะทำสิ่งยิ่งใหญ่ให้สำเร็จ”
และนั่นคือสารของ Vibe Coding —
ไม่ใช่อนาคตของการเขียนโปรแกรม แต่คือการกลับมารู้สึก ว่าทำไมเราถึงอยากสร้างตั้งแต่แรก
เพราะความสุข…อยู่ในจังหวะของการลงมือทำ
อ้างอิง

