คนไม่ใช่สิ่งทดแทนกันได้ (People are not Fungible)

คนไม่ใช่สิ่งทดแทนกันได้ (People are not Fungible)

ในปี 2546 นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์ที่เรียนอยู่ที่ศูนย์รังสิตมาตลอดแบบผม ได้มีโอกาสเข้าเมืองไปเรียนที่ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เป็นครั้งแรก นอกจากจะตื่นตาตื่นใจกับของอร่อยมากมายรอบมหาวิทยาลัยแล้ว บรรยากาศที่ศูนย์ท่าพระจันทร์มันมีมนต์ขลังแปลก ๆ ตัวผมได้รู้จักคำว่า Human Resource เป็นครั้งแรกในวิชา Human Resource Management นี่แหละครับ

อาจารย์อธิบายถึงความสำคัญของบุคลากรในองค์กร และวิธีการดูแลพวกเขา ทั้งการวาง Career Path การฝึกอบรม การอนุมัติการขาด ลา มาสาย การตักเตือนพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม รวมถึงการปรับขึ้นเงินเดือน หรือเชิญออกสำหรับคนที่ไม่สามารถไปต่อกับองค์กรได้ ภาพจำที่ผมได้จากวิชานั้น ผมเห็นว่าบุคลากรควรได้รับความสำคัญและการดูแลเอาใจใส่ เพราะเป็นทรัพยากรที่ล้ำค่าที่สุดในองค์กร

15 ปีต่อมา ในยุคที่ใคร ๆ ก็พยายาม Adopt Agile ผมก็เริ่มได้ยินว่า หลายคนไม่อยากให้เรียกคนว่า Human Resource เพราะติดที่คำว่า Resource นี่แหละ การเรียกคนว่า Resource มันเหมือนกับ Printer หรือจอทีวี ซึ่งทำให้เราตกหลุมพราง เพราะคนไม่เหมือน Resource เหล่านี้ คนเราเรียนรู้ได้ เราไม่สามารถฝึกเครื่องถ่ายเอกสารให้ไปเป็นจอทีวีได้ แต่เราฝึกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมาเป็นเด็กเสิร์ฟ หรือเชฟในครัวได้นะ

แล้ววันนี้ที่ผมได้อ่านหนังสือ Slack: Getting Past Burnout, Busywork, and the Myth of Total Efficiency ของ Tom DeMarco ผมก็ได้เจอมุมมองใหม่สำหรับบุคลากรในองค์กร นั่นคือคำว่า "บุคลากรไม่ Fungible"

Fungible คืออะไร?

Fungible แปลว่า "ทดแทนกันได้" เช่น Printer เสีย ก็ซื้อเครื่องใหม่มาแทนได้ ซึ่งพอเป็นเครื่องใหม่เราก็อาจจะใช้ไม่คล่องเท่าเดิมนะ แต่ความยากในการปรับตัวยังน้อยมากเมื่อเทียบกับคน

เวลาคน ๆ หนึ่งทำงานอยู่ในทีมหรือโปรเจกต์ (Project) หนึ่งขององค์กร แล้วเขามาบอกว่าขอลาออก ปกติเราอยากให้เขาบอกล่วงหน้า 1-2 เดือน เพราะมันใช้เวลากว่าจะหาคนมาแทน พอหาคนมาได้ ต่อให้ตรงสายกับที่คนปัจจุบันทำอยู่เลย แต่วันแรกที่คนใหม่เข้ามาทำงาน ปกติเขาก็ยังทำอะไรไม่ค่อยได้ ต้องค่อย ๆ เรียนรู้งาน ทำความรู้จักกับนิสัยใจคอคนในทีม ใครรู้เรื่องอะไร ชำนาญเรื่องไหน ขอบเขตงานอยู่ตรงไหน และเล่นมุกอะไรได้แค่ไหน เมื่อปรับตัวได้แล้ว งานถึงจะดำเนินต่อไปได้

แม้จะปรับตัวเสร็จแล้ว ทีมที่มีสมาชิกใหม่ก็จะไม่มีวันเหมือนทีมเดิม วิธีที่ข้อมูลไหลจากสมาชิกคนหนึ่งจนทุกคนรู้ทั่วกัน วิธีการตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ และคนใหม่จะเข้ามาพร้อมกับความเชื่อ คุณค่าที่เขายึดถือ รวมถึงหลักการต่าง ๆ ในขณะที่คนเก่าก็จะเดินจากไปพร้อมกับส่วนหนึ่งของความเป็นเขา... ที่ไม่มีวันเหมือนเดิม ความต่างของคนตรงนี้มันมากมายกว่าเวลาเราเปลี่ยน Resource อื่น ๆ มาก และนี่เป็นเหตุผลให้หนังสือเล่มนี้ถือว่า "คนนั้นทดแทนกันไม่ได้"

หนังสือเล่มนี้สอนให้ผมมองว่า คนแต่ละคนในองค์กรมีโอกาสลาออก และค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้เพื่อจ้างคนใหม่ รวมถึงเงินเดือนที่ต้องจ่ายให้คนใหม่ไปจนกว่าเขาจะกลับมาทำงานได้เท่าคนเก่า ทั้งหมดนี้คือ "ต้นทุน" ที่ต้องลงไปเวลามีใครสักคนออกจากองค์กร

Matrix Management

ก่อนจะไปต่อ เราจะเห็นวิธีการบริหารคนแบบหนึ่งเรียกว่า Matrix Management คือการให้พนักงานหนึ่งคนทำงานกับหัวหน้าคนหนึ่ง อาจจะเป็น Product Owner แต่เวลาจะ Review ขึ้นเงินเดือน ให้ไปคุยกับอีกคนหนึ่ง เช่น Test Manager

คุณคิดว่าวิธีนี้ปกติไหม? บางคนอาจจะคุ้นชินกับวิธีการนี้ในองค์กรใหญ่ ๆ จนไม่เห็นความแปลกแล้ว แต่บางคนที่ไม่เคยเจอมาก่อนจะสงสัยมาก ๆ ว่าทำไปทำไมนะ? เพราะการที่ Test Manager จะรู้ว่าคนนี้ทำงานได้ดีแค่ไหน สุดท้ายก็ต้องไปถาม Product Owner อยู่ดี

เหตุผลที่เขาทำแบบนี้ เพราะพอเขาเชื่อว่าคนเรา Fungible (ทดแทนกันได้) นอกจากจะแทนกันได้แล้ว ก็ยังสามารถ "แบ่ง" ไปทำงานใน 2 ทีมได้ด้วย เพื่อไม่ให้เขานั่งว่าง ๆ พอเขาทำงานให้ Product Owner 2 คน ก็เลยไม่มี Product Owner คนไหนที่เห็นภาพรวมครบถ้วนว่าคนนี้ทำงานได้ดีแค่ไหน จึงต้องเอา Test Manager มาประสาน เพื่อคอยถาม Product Owner ทุกคน แล้วเอาคำตอบมารวม ๆ กันเพื่อทำการประเมินประจำปี

ดูแลคนทำงานให้เป็น "คน"

ผมเห็นหลายองค์กรที่บริหารจัดการคนแบบไม่ Fungible และก็เห็นอีกหลายองค์กรที่ยังใช้แนวปฏิบัติที่สอดรับกับความเชื่อว่าคน Fungible อยู่ ซึ่งสิ่งที่หนังสือเล่มนี้สอนผมคือ รากของความคิดนี้มาจากมาตรการ "ลดค่าใช้จ่าย" ของพวกบริษัทที่ปรึกษา (Consulting Firm) นี่แหละครับ

ที่ผมเอาเรื่องนี้มาแบ่งปันเพราะผมได้บทเรียนสำคัญในฐานะผู้บริหารมา นั่นคือ "การดูแลคนทำงานให้ดี สอนเขาจนเขาเก่งพอที่จะจากเราไป และดูแลเขาให้ดีพอจนเขาไม่อยากไป"

ส่วนบทเรียนสำคัญสำหรับคนทำงานคือ แยกให้ออกว่าสิ่งแวดล้อมที่เราทำงานอยู่เขาเชื่อแบบไหน เพราะมันมีผลกับความสัมพันธ์และประสบการณ์ทำงานมาก ถ้าเราดูออกเราก็จะได้เลือกสิ่งแวดล้อมการทำงานที่เหมาะกับสไตล์การใช้ชีวิตของเราได้ครับ เพราะการอยู่ผิดที่ผิดทาง มันเปลืองเวลา เปลืองพลังงาน และเปลืองใจเปล่า ๆ

Read more

ทำไม System Analyst ถึงไม่เชื่อ Design จากทีม

ทำไม System Analyst ถึงไม่เชื่อ Design จากทีม

บ่อยครั้งที่ผมได้ยินน้อง ๆ ออดส์ทีม (ODT) เล่าว่า งานที่ทำอยู่ไม่ท้าทายเลย เพราะเพียงได้รับ Specification มาจาก System Analyst (SA) หรือ Tech Lead ที่เป็นพนักงาน แล้วน้องก็มีหน้าที่เขียนโค้ดตามนั้นไปอย่างเดียว บ่

By Chokchai
เวลาอู้

เวลาอู้

ผมกำลังอ่านหนังสือ Slack: Getting Past Burnout, Busywork, and the Myth of Total Efficiency ของ Tom DeMarco ซึ่งได้ให้มุมมองใหม่เกี่ยวกับ Slack time หรือเวลาอู้งานกับผม แต่ก่อนจะเล่าว่าผมเห็นอะไร ผมของแบ่งปันมุมมองเวลาผมดูองค์กรก่อนนะ สายการผลิต คนในองค์กรมารวมตั

By Chokchai
สุดยอดทีม (Extraordinary Team)

สุดยอดทีม (Extraordinary Team)

ท้ายหนังสือ Teamwork is an Individual Skill ของ Christopher Avery ได้กล่าวถึงสมการของสุดยอดทีมไว้ดังนี้ครับ Extraordinary Collaboration = Exchange + Expansion + Integrity ผมใช้เวลาอ่านตรงนี้ และอีก 3 บทที่ขยายความเรื่อง Exchange, Expansion และ Integrity อยู่เกือบ 2 สัปดาห์กว่าจะพอเข้าใจมันอย่

By Chokchai