Scrum master ทำแค่เนี๊ยะ

Scrum master ทำแค่เนี๊ยะ
Captured by Chokchai Phatharamalai

เวลามีคนถามว่า Scrum master ทำอะไร แล้วผมตอบว่าทำให้ Scrum เวิร์คสำหรับทั้งองค์กร ซึ่ง โฟกัสหลัก ๆ 4 อย่างก็จะอยู่ที่ Product owner, ทีม, engineering practices และ องค์กร บางครั้งที่ผมจะได้ยินเสียงตอบกลับมาเบา ๆ ว่า “แค่เนี๊ยะ?”

ในฐานะ Scrum master คนนึง บางครั้งก็รู้สึกเหมือนโดนดูถูกด้วยคำว่า แค่เนี๊ยะ ก็เลยเริ่ม defend ด้วยการอ้างอิงถึง ScrumMaster checklist ของไมเคิล เจมส์ โดยหวังจะให้เค้าเห็นรายละเอียดเพิ่มเติมใน 4 หมวดนั้น ว่ามันเยอะขนาดไหน แต่บางครั้งผมก็อดคิดไม่ได้ ว่าการขยายความรายละเอียดไม่ใช่คำตอบที่เหมาะที่สุดสำหรับคนอื่นที่ไม่เคยเป็น Scrum master และอาจจะไม่ได้สนใจว่า role Scrum master สำคัญอย่างไร และอาจจะไม่ได้อยากมาเป็นอีกด้วย

วันนี้ผมจะขอเลือกตอบอีกแบบ แทนที่จะไปนั่ง defend ผมจะตอบว่า

อืม ทำแค่นี้แหละ

ผมนึกย้อนกลับไปตอนผมมีลูกอ่อน แล้วผมกับภรรยาต้องออกไปทำงาน เป็นปรกติที่เราจะหาพี่เลี้ยงมาดูแลลูก แล้วเราก็พบว่าพี่เลี้ยงส่วนใหญ่ออกตัวก่อนเลยว่าเค้าจะแค่ดูแลลูกเราเท่านั้น เค้าจะไม่รับทำงานบ้านด้วย ซึ่งบางทีผมก็ขัดใจว่า ช่วงลูกหลับ ไม่ได้ทำอะไร ช่วยปัดกวาดเช็ดถูเท่าที่ทำได้ไม่ได้เหรอ?

ผมลองนึกภาพว่าไปทำงานกลับบ้านมา เจอว่าลูกหัวโน เพราะตกเตียงระหว่างพี่เลี้ยงมัวไปล้างจานอยู่ ผมจะโอเคไหม

ลองนึกภาพกลับด้านคือกลับมาแล้วเจอกองจานที่ล้างค้างไว้ น้ำนองเต็มอ่าง เพราะเค้าทิ้งจานไปทันทีตอนที่ลูกตื่น ผมจะรู้สึกขอบคุณเค้าที่ลูกหัวไม่โนไหม

จากประสบการณ์ตอนที่ผมพยายามเลี้ยงลูกและทำงานบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ ตอนลูกหลับด้วยตัวเอง สุดท้ายผมเลือกหยุดทำทุกอย่าง เพราะ การดูลูกมันกะไม่ได้ว่าเค้าจะต้องการสมาธิจากเราตอนไหน พอจะเริ่มทำอย่างอื่น ก็ถูกขัดจังหวะจนหงุดหงิด บางครั้งไปอารมณ์เสียใส่ลูกก็มี T-T ทำไปซักพัก กลับมานั่งดูตัวเองก็คิดได้ว่า ที่ฝืนทำอย่างอื่นไป มันได้ไม่คุ้มเสีย เราดูลูกอย่างเดียวดีกว่า

พอคิดได้แบบนี้ ถ้าผมจะจ้างพี่เลี้ยงมาดูแลลูกผม ผมก็จะไม่ขอให้เค้าทำงานบ้าน แค่ทำให้ผมวางใจได้ว่าลูกผมจะปลอดภัยก็พอ ถ้าเค้าจะช่วยกระตุ้นพัฒนาการให้ เล่นกับลูกผมโดยสอดแทรกความรู้เรื่องคำศัพท์หรือสอนมารยาทด้วย ถือว่าเป็นโชคดีมาก ๆ ของผม

แน่นอนว่าพี่เลี้ยงที่จะช่วยกระตุ้นพัฒนาการและสร้างบรรยากาศดี ๆ ให้ลูกผมโตมาได้ ย่อมค่าตัวแพงกว่าพี่เลี้ยงที่ดูให้ผ่านไปวัน ๆ เฉย ๆ

ผมจะไม่หวังให้ Scrum master ทำได้ครบตาม Scrum master checklist หรอก สำหรับ Scrum master มือใหม่ แค่ดูทีมให้ผ่านไปวัน ๆ ผมก็รู้สึกขอบคุณแล้ว ถ้าเค้าจะใช้ Scrum master checklist เป็นแนวทางและคอยกระตุ้นให้ทีมเติบโต ก็ถือเป็นโชคดีมาก ๆ ของทีมผม

และผมจะไม่หวังให้เค้าไปทำงานอื่น เช่น จองห้องประชุม ชงกาแฟ จิปาถะ เพราะ เหตุผลว่า ‘เห็นอยู่ว่าง ๆ เอางานพวกนี้ไปทำได้ไหม’ ถ้าเค้าจะทำให้เองตอนเค้าว่าง ผมจะถือเป็นน้ำใจ แต่จะไม่ถือสิ่งเหล่านี้เป็นความรับผิดชอบของเค้า

และแน่นอน สิ่งที่ผลักดันให้ผมคิดแบบนี้ เพราะสำหรับผม ทีมก็เหมือนลูก ทีมสำคัญสำหรับผมมาก ถ้าไม่มีเค้า อะไรก็ไม่เสร็จทั้งนั้น ถ้าไม่มีทีมไอเดียดี ๆ ที่คิดมาก็เป็นแค่อากาศ เค้าคู่ควรที่ผมจะจ้าง Scrum master ราคาแพง ๆ มากระตุ้นพัฒนาการ ผมเห็นว่าทีมที่ถูกดูแลเหมือนลูก ก็ส่งมอบคุณค่าที่เท่าเทียมกันกับที่เค้าได้รับกลับมา

ส่วนทีมที่ถูกเลี้ยงแบบทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ เพราะคนดูแลสงสัยว่า ถ้าเราลงทุนจ้าง Scrum master แพง ๆ มาดูแล แล้วเค้าทิ้งเราไปหล่ะ ก็มักจะแยกย้ายกันไปตามคาดหรือไม่ก็มักจะอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก deploy แล้วก็ rollback วนไป สร้างความเสียหายในธุรกิจไม่น้อยไปกว่ากัน

ต่อไปนี้เวลาที่มีคนถามผมอีกว่า “แค่เนี๊ยะเหรอ” ผมจะถามว่าอยากได้คำตอบสั้น ๆ หรือยาว ๆ ถ้าจะเอาคำตอบยาว ๆ ผมจะส่งบทความนี้ให้อ่าน ถ้าจะเอาคำตอบสั้น ๆ ผมจะตอบว่า

อืม แค่นี้แหละ

ถ้าคำตอบนี้มันโดนใจคุณ ก็ช่วยส่งข้อความนี้ต่อ ๆ ไปหน่อยนะครับ ขอบคุณมากครับ

Scrum master ดูแลทีมเหมือนพ่อแม่ดูแลลูก

Q: ควรเป็นงาน full time ไหม?

A: ควร

Q: งานมันเยอะขนาดนั้นเลยเหรอ?

A: เปล่า แต่ทีมคู่ควรจะได้รับการดูแลเบอร์นั้น

Read more

สุดยอดทีม (Extraordinary Team)

สุดยอดทีม (Extraordinary Team)

ท้ายหนังสือ Teamwork is an Individual Skill ของ Christopher Avery ได้กล่าวถึงสมการของสุดยอดทีมไว้ดังนี้ครับ Extraordinary Collaboration = Exchange + Expansion + Integrity ผมใช้เวลาอ่านตรงนี้ และอีก 3 บทที่ขยายความเรื่อง Exchange, Expansion และ Integrity อยู่เกือบ 2 สัปดาห์กว่าจะพอเข้าใจมันอย่

By Chokchai
ไล่ตามความฝัน กับ ดูแลตัวเอง

ไล่ตามความฝัน กับ ดูแลตัวเอง

ไล่ตามความฝัน กับ ดูแลตัวเอง ก่อนหน้านี้ผมเคยเล่าถึงขั้วตรงข้าม (Polarity) ระหว่างความคล่องตัวกับความสร้างสรรค์ไปแล้ว ครั้งนี้ผมมองว่า “การไล่ตามความฝัน” และ “การดูแลตัวเอง” (เปรียบเสมือน นักรบ กับ นักรัก) ก็เป็นแสงและเงาของกันและกั

By Chokchai
สกรัมเป็น Empirical process

สกรัมเป็น Empirical process

กระบวนการแก้ปัญหาในโลกแบ่งเป็น 2 แบบ แบบแรกคือ Defined process ซึ่งเป็นกระบวนการที่มีขั้นมีตอนชัดเจน เช่น Waterfall เป็นต้น ส่วนแบบที่สองคือ Empirical process หรือ "กระบวนการเชิงประจักษ์" ซึ่งเป็นการทำไปแล้วก็ปรับไปเรื่อย ๆ สกรัมเป็นแบบหลัง

By Chokchai
สกรัมมาสเตอร์ observe ผู้คน

สกรัมมาสเตอร์ observe ผู้คน

ครั้งที่แล้วผมแบ่งปันไปว่าสิ่งหนึ่งที่ผมตอนเป็นสกรัมมาสเตอร์มองหาคือ polarity หรือขั้วตรงข้าม ซึ่งคู่แรกที่ผมแบ่งปันไปคือ ระเบียบ (control) และความสร้างสรรค์ (creative) วันนี้ผมตะมาแบ่งปันอีกรูปแบบหนึ่งของ 2 ขั้วนี้ที่เรียกว่า survive (อยู่รอดปลอดภั

By Chokchai