พาราดอกซ์ ตอนที่ 4: องค์กร

พาราดอกซ์ ตอนที่ 4: องค์กร
Photo by Austin Distel on Unsplash

นอกจากพาราดอกซ์จะปรากฏในรูปของความขัดแย้งภายในบุคคลและภายในทีมแล้ว ยังปรากฏภายในองค์กรด้วย

ปรกติวัฒนธรรมขององค์กรจะเอนไปทางขั้วเดียวกับที่ผู้นำให้ความสำคัญ เช่น ถ้าผู้นำให้ความสำคัญกับระเบียบวินัยและความเรียบร้อย ความสร้างสรรค์ซึ่งมักจะมาพร้อมกับความวุ่นวายไร้ระเบียบก็จะถูกกดทับ แล้วปรากฏในรูปแบบของการซุบซิบนินทา หรือแอบทำในกลุ่มเล็ก ๆ ในองค์กร ซึ่งกลุ่มเล็ก ๆ นี้ก็จะไม่ได้รับการสนับสนุนจากองค์กร พอขาดอิสระภาพ ก็สร้างสรรค์ลำบาก ทำให้เริ่มเกิดความตึงเครียดขึ้น

สะสมไปนาน ๆ ก็กลายเป็นความขัดแย้งกับส่วนใหญ่ขององค์กร รูปแบบเดียวกันกับความขัดแย้งของทีม

พอนานวันเข้า กลุ่มเล็กนี้ก็จะรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะไม่ได้รับการสนับสนุนเหมือนคนส่วนใหญ่ มองความไม่เท่าเทียมเป็นปัญหา แล้วก็จะเรียกร้องให้ผู้นำแก้ปัญหาให้ เมื่อผู้นำไม่ตอบสนองหรือตอบสนองช้า กลุ่มเล็ก ๆ ก็อาจจะลาออกไปส่งผลให้องค์กรยิ่งเอียงไปทางขั้วที่ผู้นำเลือกและห่างจากสมดุลย์เข้าไปใหญ่ จนกระทั่งข้อเสียของขั้วนี้มันหนักมาก เช่น ถ้ามีระเบียบมาก ๆ ก็จะ innovate อะไรว๊าว ๆ ออกมาไม่ได้ ผลิตภัณฑ์ล้วนคาดเดาได้ จนแข่งขันกับคนอื่นได้ลำบาก จนบอร์ดบริหารเห็นปัญหา ก็เลือกผู้นำคนใหม่ที่ให้สำคัญกับขั้วตรงข้าม เช่น ความสร้างสรรค์เข้ามาเพื่อ ‘แก้ปัญหา‘

แน่นอนว่าผู้นำคนใหม่ก็มาพร้อมกับทีมใหม่ของตัวเองซึ่งให้ความสำคัญกับความสร้างสรรค์เหมือนกัน มองเห็นระเบียบ วินัยเป็นความน่าเบื่อ พยายามแก้ปัญหา แล้วขั้วขององค์กรก็ค่อย ๆ ย้ายกลับเข้าสู่สมดุลย์ แล้วก็เอียงกลับมาทางสร้างสรรค์ กลุ่มสร้างสรรค์กลายเป็นคนหมู่มาก ขณะที่เสียงเรียกร้องหาระเบียบวินัยถูกเพิกเฉย กดทับ ไม่ได้รับความเป็นธรรม แล้วเหตุการณ์ก็วนซ้ำแบบเดิมเรื่อยไป

การบริหารความตึงเครียดของขั้วตรงข้าม และฝึกฝนให้คนในองค์กรเห็นคุณและโทษของทั้งความมีระเบียบและความสร้างสรรค์ ทั้งความสุขของคนในองค์กรและการดูแลลูกค้า ทั้งความสำเร็จของเป้าหมายและการพัฒนาอย่างยั่งยืน การฟูมฟักให้คนในองค์กรเรียนรู้ที่จะอยู่กับพาราดอกซ์ด้วยความเคารพทั้งสองขั้วเป็นเรื่องยาก แต่ก็เป็นหนทางเดียวที่องค์กรจะอยู่ได้อย่างยั่งยืน เพราะพาราดอกซ์เป็นธรรมชาติ มีแสงก็ต้องมีเงา และสิ่งที่สอดคล้องกับธรรมชาติจะยั่งยืน

credit: Tong Yee in Polarity Management course

ผู้นำที่อยู่นำองค์กรได้อย่างยั่งยืน คือผู้นำที่โอบกอดขั้วตรงข้ามได้ และสาธิตเป็นลูกน้องเรียนรู้ที่จะทำเช่นกัน ถ้าเราให้ความเคารพกับทั้งสองข้างได้ เราก็อยู่ที่จุดเริ่มต้นของบันไดแห่งความสร้างสรรค์แล้ว ปีนขึ้นไปนั้นไม่ง่าย แต่ปลายทางของบันไดนั้นมีวิธีการที่องค์กรจะได้ประโยชน์จากทั้งสองขั้วและจำกัดความเสียหายจากข้อเสียทั้งสองขั้วอยู่ นอกจากข้อดีที่กล่าวมาข้างต้น สิ่งที่อยู่ปลายบันไดเป็นวิธีการเดียวที่ผู้นำจะนำองค์กรได้ในทุก ๆ สภาวะ การเอียงกลับไปกลับมาระหว่างขั้วในองค์กรก็เปรียบเสมือนองค์กรที่กำลังหายใจเข้าออก ถ้าผมอยากเป็นผู้นำที่นำได้ทั้งตอนที่องค์กรหายใจเข้าจนเต็มปอดและหายใจออกจนหมดลม ผมก็ต้องเรียนรู้ที่จะโอบกอดขั้วตรงข้ามให้ได้

อ้างอิง

พาราดอกซ์ ตอน 3: resolve conflict

Read more

สุดยอดทีม (Extraordinary Team)

สุดยอดทีม (Extraordinary Team)

ท้ายหนังสือ Teamwork is an Individual Skill ของ Christopher Avery ได้กล่าวถึงสมการของสุดยอดทีมไว้ดังนี้ครับ Extraordinary Collaboration = Exchange + Expansion + Integrity ผมใช้เวลาอ่านตรงนี้ และอีก 3 บทที่ขยายความเรื่อง Exchange, Expansion และ Integrity อยู่เกือบ 2 สัปดาห์กว่าจะพอเข้าใจมันอย่

By Chokchai
ไล่ตามความฝัน กับ ดูแลตัวเอง

ไล่ตามความฝัน กับ ดูแลตัวเอง

ไล่ตามความฝัน กับ ดูแลตัวเอง ก่อนหน้านี้ผมเคยเล่าถึงขั้วตรงข้าม (Polarity) ระหว่างความคล่องตัวกับความสร้างสรรค์ไปแล้ว ครั้งนี้ผมมองว่า “การไล่ตามความฝัน” และ “การดูแลตัวเอง” (เปรียบเสมือน นักรบ กับ นักรัก) ก็เป็นแสงและเงาของกันและกั

By Chokchai
สกรัมเป็น Empirical process

สกรัมเป็น Empirical process

กระบวนการแก้ปัญหาในโลกแบ่งเป็น 2 แบบ แบบแรกคือ Defined process ซึ่งเป็นกระบวนการที่มีขั้นมีตอนชัดเจน เช่น Waterfall เป็นต้น ส่วนแบบที่สองคือ Empirical process หรือ "กระบวนการเชิงประจักษ์" ซึ่งเป็นการทำไปแล้วก็ปรับไปเรื่อย ๆ สกรัมเป็นแบบหลัง

By Chokchai
สกรัมมาสเตอร์ observe ผู้คน

สกรัมมาสเตอร์ observe ผู้คน

ครั้งที่แล้วผมแบ่งปันไปว่าสิ่งหนึ่งที่ผมตอนเป็นสกรัมมาสเตอร์มองหาคือ polarity หรือขั้วตรงข้าม ซึ่งคู่แรกที่ผมแบ่งปันไปคือ ระเบียบ (control) และความสร้างสรรค์ (creative) วันนี้ผมตะมาแบ่งปันอีกรูปแบบหนึ่งของ 2 ขั้วนี้ที่เรียกว่า survive (อยู่รอดปลอดภั

By Chokchai