how to สร้าง Knowledge Management

how to สร้าง Knowledge Management
Photo by Adolfo Félix on Unsplash

ตอนเรียน Large Scale Scrum กับ Jurgen de Smet สิ่งหนึ่งที่ผมได้เรียนรู้ คือ ปัจจัยสำคัญหนึ่งที่ทำให้องค์กรหนึ่ง ๆ จะเร็วขึ้นได้ คือ จะต้องเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กันได้ ซึ่งถ้าอยากทำแบบนั้นได้ก็จะต้อง share ownership ในการถนอมความรู้ไว้ได้

ปัญหา

ฟังดูเหมือนง่าย แต่ปัญหาที่ผมเห็นบ่อย ๆ คือ ต่างคนต่างจด เก็บกันคนละที่ แล้วพอจะใช้ ก็หาไม่เจอว่าจดไว้ที่ไหน เลยต้องจดใหม่เรื่อยไป

วิธีที่ Jurgen แนะนำคือ

Captured by Chokchai Phatharamalai from Certified Large Scale Scrum by Jurgen de Smet

Wiki

Wiki เป็นรูปแบบหนึ่งที่เอื้อให้เกิด share ownership ได้ง่ายเพราะเนื้อหาเป็นของ “เรา” ใครแก้ของใครก็ได้ เหมือนที่เราเห็น ๆ กันใน Wikipedia แหละ

Access by everyone

ใคร ๆ ก็เข้าถึงข้อมูลนี้ได้ ใคร ๆ ก็ค้นและเติมข้อมูลได้ บางคนอาจจะสงสัยว่า ให้สิทธิ์แม่บ้านแก้ไข vision ขององค์กรได้เลยเหรอ คำตอบคือใช่ ถ้าแก้แล้วไม่ดีขึ้น เดี๋ยวคนมาอ่านเจอก็แก้กลับไง เหมือน Wikipedia แหละ

บางคนอาจจะสงสัยว่า แล้วเราจะป้องกันไม่ให้สปายจากคู่แข่งมากวาดความลับแล้วหนีกลับไปยังไง อันนี้ผมไม่ทราบคำตอบ ผมคิดแค่ว่า ถ้าคุณยังไม่สามารถไว้ใจทุกคนในองค์กรได้ อย่าเพิ่งคิดเรื่องจะเร็วขึ้นทั้งองค์กรเลย คิดเรื่องทำยังไงกับความเชื่อใจในองค์กรก่อน เพราะวิ่งไประวังหลังไปยังไงก็ไม่เร็ว และองค์กรช้า ๆ ที่ทุกคนเชื่อใจกัน ก็ยังน่าทำงานกว่าองค์กรเต็มไปด้วยคนเก่ง แต่ต้องทำงานไปคอยระวังหลังไปมาก

Single repository

มี Wiki อันเดียวทั้งองค์กร ไม่แยกเก็บหลาย ๆ อัน ไม่งั้นเราจะกลับไปเจอปัญหาเรื่องหาของไม่เจออีก

อ้าว แล้วถ้าของมันเยอะ ๆ แล้วจะหาของเจอเหรอ? ก็ช่วยกันจัดไง ใช้พลังมวลชนจัด เหมือน Wikipedia แหละ

0 structures

ไม่มีกฏเลยว่าจะต้องเขียน content ยังไง ตั้ง page ใหม่ขึ้นมา แล้วแปะรูปที่ถ่ายจาก postit บนกระดานลงไปรูปเดียวก็ได้

เจตนาคือทำให้เนื้อหาเกิดง่าย การกำหนดเงื่อนไขทำให้คนจะจดเริ่ม “เดี๋ยวก่อน” “เอาไว้ก่อน” แล้ววันเวลาผ่านไปความรู้ก็จะจางหาย เราเลยไม่มี structure หน้าที่การ improve content เป็นของคนที่มาค้นหามันเจอ

Search before add, adapt if exists

นี่คือประเด็นสำคัญ ก่อนเพิ่มของใหม่ ให้ค้นของเก่าก่อน ไม่งั้นจะมีข้อมูลซ้ำซ้อน เก่าใหม่ หลายเวอร์ชั่น maintain กันไม่ไหว ฉะนั้นก่อนเพิ่มของใหม่ ต้องค้นของเก่าก่อน

ต่อให้ตั้งใจทำแบบนี้ ก็จะมีหลุดแหละ เมื่อไหร่ที่ใครเจอของซ้ำ ก็ย้าย content ไปรวมกันซักหน้านึง แล้วเอา link กลับมาแปะหน้าอื่น ๆ แบบนี้จะทำให้ content มี ทางเข้าหลายทาง ก็จะหาง่ายและลดโอกาส duplicate ในอนาคต

สรุป

เท่านี้เราก็ช่วย ๆ กันถนอมความรู้ที่ดำเนินไปในองค์กรได้แล้ว ช่วยกันสร้าง ช่วยกันเติม แล้วเราจะได้เติบโตและเรียนรู้ไปด้วยกัน

Read more

สุดยอดทีม (Extraordinary Team)

สุดยอดทีม (Extraordinary Team)

ท้ายหนังสือ Teamwork is an Individual Skill ของ Christopher Avery ได้กล่าวถึงสมการของสุดยอดทีมไว้ดังนี้ครับ Extraordinary Collaboration = Exchange + Expansion + Integrity ผมใช้เวลาอ่านตรงนี้ และอีก 3 บทที่ขยายความเรื่อง Exchange, Expansion และ Integrity อยู่เกือบ 2 สัปดาห์กว่าจะพอเข้าใจมันอย่

By Chokchai
ไล่ตามความฝัน กับ ดูแลตัวเอง

ไล่ตามความฝัน กับ ดูแลตัวเอง

ไล่ตามความฝัน กับ ดูแลตัวเอง ก่อนหน้านี้ผมเคยเล่าถึงขั้วตรงข้าม (Polarity) ระหว่างความคล่องตัวกับความสร้างสรรค์ไปแล้ว ครั้งนี้ผมมองว่า “การไล่ตามความฝัน” และ “การดูแลตัวเอง” (เปรียบเสมือน นักรบ กับ นักรัก) ก็เป็นแสงและเงาของกันและกั

By Chokchai
สกรัมเป็น Empirical process

สกรัมเป็น Empirical process

กระบวนการแก้ปัญหาในโลกแบ่งเป็น 2 แบบ แบบแรกคือ Defined process ซึ่งเป็นกระบวนการที่มีขั้นมีตอนชัดเจน เช่น Waterfall เป็นต้น ส่วนแบบที่สองคือ Empirical process หรือ "กระบวนการเชิงประจักษ์" ซึ่งเป็นการทำไปแล้วก็ปรับไปเรื่อย ๆ สกรัมเป็นแบบหลัง

By Chokchai
สกรัมมาสเตอร์ observe ผู้คน

สกรัมมาสเตอร์ observe ผู้คน

ครั้งที่แล้วผมแบ่งปันไปว่าสิ่งหนึ่งที่ผมตอนเป็นสกรัมมาสเตอร์มองหาคือ polarity หรือขั้วตรงข้าม ซึ่งคู่แรกที่ผมแบ่งปันไปคือ ระเบียบ (control) และความสร้างสรรค์ (creative) วันนี้ผมตะมาแบ่งปันอีกรูปแบบหนึ่งของ 2 ขั้วนี้ที่เรียกว่า survive (อยู่รอดปลอดภั

By Chokchai